มาใหม่ล่าสุด


ติดตามดูคลิปฟุตบอลทางเฟสบุ๊ค ได้ที่หน้าแฟนเพจได้เลยนะครับ... www.facebook.com/clibfootball หรือตามลิงค์ด้านล่างครับ...เข้าไปแล้วช่วยกดไลค์ด้วยนะครับ... https://www.facebook.com/clibfootball

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เยอรมัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เยอรมัน แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Uruguay 2-3 Germany

เยอรมันซิวอันดับ3บอลโลกเฉือนอุรุกวัย3:2




ฟุตบอลโลก 2010 ชิงอันดับ 3

วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม 2553

Hilight

Uruguay 2-3 Germany (Highlights)

Ricardo | MySpace Video




ศึกฟุตบอลโลก 2010 ชิงอันดับ 3 อุรุกวัย ลงสนามพบ เยอรมัน สำหรับสถิติการพบกันในทุกรายการของฟีฟ่าที่ผ่านมา 8 ครั้ง อุรุกวัย ไม่เคยชนะ เยอรมัน ได้แม้แต่ครั้งเดียว เป็นการเสมอ 2 ครั้ง ส่วน 6 ครั้งที่เหลือเป็นชัยชนะของทีม "อินทรีเหล็ก" ทั้งหมด

โยอาคิม เลิฟ มีอาการป่วยเป็นไข้หวัดไม่ได้นำลูกทีมลงซ้อมเมื่อวานที่ผ่านมา ในส่วนของตัวผู้เล่น ฟิลิปส์ ลาห์ม, ลูคัส โพดอลสกี้ ที่รายงานระบุว่ามีอาการไข้เช่นเดียวกันนั้น ไม่มีชื่อลงสนาม ขณะที่ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บบริเวณหลัง คาเคา ได้รับโอกาสให้ลงทำหน้าที่แทนส่วน โทมัส มุลเลอร์ ดาวรุ่งฟอร์แรงพ้นโทษแบนกลับมาแล้วได้ลงเป็นตัวจริงในเกมนี้

ออสการ์ ตาบาเรซ กุนซือมากฝีมือของ อุรุกวัย หมายมั่นเต็มที่ว่าจะคว้าอันดับ 3 ให้ได้เกมนี้ ในส่วนของตัวผู้เล่นข่าวดีคือ หลุยส์ ซัวเรส พ้นโทษแบนเกมที่แล้วจากกรณีที่ใช้มือปัดบอลเกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย กลับมาลงล่าตาข่ายประสานงานกับ ดีเอโก้ ฟอร์ลัน กองหน้าตัวเก่ง ที่เรียกคืนสภาพความฟิตกลับมาทันอีกครั้ง


อุรุกวัยในชุดสีฟ้าเป็นฝ่ายเขี่ยลูกเริ่มเล่น บุกจากซ้ายไปขวา มาได้ลุ้นในนาทีที่ 6 จากจังหวะลูกฟรีคิกระยะหวังผล ฟอร์ลัน รับหน้าที่สังหารซัดไปโดนมือ คาเคา ผู้ตัดสินให้ อุรุกวัย ได้ฟรีคิกอีกครั้ง ฟอร์ลัน คึนเดิมรับหน้าที่สังหารปั่นบอลข้ามกำแพงหลุดกรอบออกหลัง

เยอรมัน ได้ลูกเตะมุมทางขวาในนาทีที่ 10 เมซุต โอซิล เปิดเลยมาที่เสาไกล อาร์เน่ ฟรีดิช กองหลังที่เติมเกมขึ้นมา ขึ้นโขกบอลชนคานเด้งเข้าทาง มุลเลอร์ โขกซ้ำอีกครั้งโดนแนวรับ อุรุกวัย เคลียร์ออกมาได้

ประตูแรกของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 19 และก็เป็น เยอรมัน ที่ทำได้! ชไวน์สไตเกอร์ ได้บอลหน้าเขตโทษสับไกยิงระยะราว 30 หลาบอลพุ่งเข้ากรอบ มุสเลร่า รับกระเฉาะ โทมัส มุลเลอร์ วิ่งตามเข้ามาซ้ำไม่มีเหลือ เยอรมัน ขึ้นนำ 1:0

0-1 Muller 19'




อุรุกวัย ไล่ตีเสมอเป็น 1:1 ในช่วงไม่ถึง 10 นาที!! เกมคอนโทรลกันตรงกลางสนาม เปไรร่า กวาดแย่งบอลได้จากเท้าของ ชไวน์สไตเกอร์ ก่อนจะแทงขึ้นหน้ามาให้ ซัวเรส จ่ายออกซ้ายให้ เอดิสัน คาวานี่ จิ้มผ่านมือ ฮันส์-ยอร์ก บุทท์ เข้าไป

1-1 Cavani 28'



นาทีที่ 44 เยอรมัน มาได้ลูกฟรีคิกระยะหวังผลหน้าประตูจากจังหวะทำแฮนด์บอลของ ดีเอโก้ ลูกาโน่, บาสเตีย ชไวน์สไตเกอร์ รับหน้าที่สังหารซัดบอลติดกำแพงแฉลบออกหลัง ทดเวลาบาดเจ็บ 1 นาทีไม่มีการทำประตูเพิ่ม จบครึ่งแรกทั้ง 2 ทีมเสมอกันอยู่ที่สกอร์ 1:1


ครึ่งหลัง
เขี่ยลูกเริ่มเล่นในครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่เปลี่ยนตัวผู้เล่น อุรุกวัย ได้ลุ้นในนาทีที่ 49 ดีเอโก้ ฟอร์ลัน แทงบอลออกซ้าย คาวานี่ ยิงติดเซฟ ฮันส์-ยอร์ก บุทท์ เกี่ยวกลับมาได้ปล่อยให้ ซัวเรส ซัดก็ยังไม่ผ่าน ยอร์ก บุทท์

กลายเป็น อุรุกวัย ที่พลิกขึ้นนำ 2:1 นาทีที่ 51 เกมขึ้นมาทางขวา อเรวาโร่ ริออส ผ่านเข้ามาให้ ดีเอโก้ ฟอร์ลัน วอลเลย์กดลงพื้นบอลผ่านมือ ฮันส์-ยอร์ก บุทท์ เข้าประตูไป!


2-1 Forlan 51'




เยอรมัน ไม่ยอมง่ายๆ ไล่ตีเสมอเป็น 2:2 ในนาทีที่ 57 เจโรม บัวเต็ง ผ่านจากขวาเข้ามากลาง เฟอร์นานโด มุสเลร่า ออกมาตัดไม่ถึงบอล มาร์แซล แยนเซ่น โขกเข้าไปไม่มีเหลือ สกอร์กลับมาเท่ากันอีกครั้ง

2-2 Jansen 56'




นาทีที่ 80 เยอรมัน ขึ้นเกมมาทางขวา บัวเต็ง เติมเกมรุกเปิดเข้ามากลาง สเตฟาน คีสส์ลิงก์ ตัวสำรองที่เปลี่ยนลงมาพุ่งโขกไปถึงบอลหลุดออกหลัง

นาทีที่ 82 เยอรมัน ได้ประตูขึ้นนำ 3:2 จากจังหวะลูกเตะมุมบอลตกกลางประตูไม่พ้นเขตอันตราย ซามี่ เคห์ดิร่า อาศัยจังหวะชุลมุนโขกเสยส่งบอลกองก้นตาข่าย

2-3 Khedira 82'




นาทีที่ 88 เยอรมัน ทำเกมสวนกลับต่อกันขึ้นมาอย่างสวยงาม มุลเลอร์ ผ่านเข้ามาในเขตโทษให้ คีสส์ลิงก์ ซัดโดนใต้ลูกบอลโด่งข้ามคาน

อุรุกวัย มาได้ลูกฟรีคิกระยะหวังผลช่วงทดเจ็บ! ดีเอโก้ ฟอร์ลัน รับหน้าที่สังหารปั่นด้วยขวาบอลข้ามกำแพงโดนคานจังๆ พลาดตีโอกาสเสมออย่างน่าเสียดาย ผู้ตัดสินเป่าจบเกมเป็น เยอรมัน ที่เอาชนะ อุรุกวัย ไปได้ 3:2 คว้าอันดับ 3 ไปครอง
วันพุธที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Germany 0-1 Spain

"กระทิงดุ" สเปน ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก หลังจากที่เฉือนเอาชนะ "อินทรีเหล็ก" เยอรมัน 1-0 การ์เลส ปูโยล รับบทฮีโร่ โขกประตูชัย ศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบรองชนะเลิศ เมือ่คืนที่ผ่านมา



ฟุตบอลโลก 2010 รอบรองชนะเลิศ
เมื่อวันพุธที่ 7 กรกฎาคม 2553
เยอรมัน 0 - 1 สเปน

Hilight

Germany 0-1 Spain Highlights

Footy | MySpace Video



สนาม : เดอร์บัน สเตเดี้ยม (เดอร์บัน)



ทีมชาติเยอรมัน แชมป์ฟุตบอลโลก 3 สมัยปี 1954, 1974, 1990 ลงสนามปะทะ สเปน แชมป์ยูโร 2008 ที่ยังไม่เคยได้แชมป์เวิลด์ คัพ โดยเกมรอบรองชนะเลิศ บอลโลก 2010 คู่นี้เตะกันที่เดอร์บัน สเตเดี้ยม ในเมืองเดอร์บัน ถือเป็นการกลับมาเจอกันอีกครั้ง หลังจากสองยักษ์ใหญ่จากยุโรปพบกันในยูโร 2008 รอบชิงชนะเลิศ ซึ่ง ทีมกระทิงดุคว้าชัย 1-0 จากประตูของ เฟร์นานโด ตอร์เรส ซึ่งเขาเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ในวันนั้น และสำหรับผู้ชนะคู่นี้ จะผ่านเข้าไปเจอ ฮอลแลนด์ ในนัดชิงชนะเลิศที่โจฮันเนสเบิร์ก วันอาทิตย์ 11 กรกฎาคม ส่วนผู้แพ้จะชิงอันดับ 3 กับ อุรุกวัย วันเสาร์ 10 กรกฎาคมที่พอร์ท เอลิซาเบ็ธ

โยอัคคิม เลิฟ เทรนเนอร์เยอรมันที่สวมเสื้อคอวีสีน้ำเงิน เสื้อนำโชคซึ่งเขาใส่แล้วทีมชนะทุกนัด จัดการส่ง พิโอเตอร์ โทรชอฟสกี้ เล่นแทน โธมัส มุลเลอร์ ดาวรุ่งวัย 20 ปีที่ทำไปแล้ว 4 ประตู แต่เขาไม่สามารถลงเล่นนัดนี้ได้ เนื่องจากติดโทษแบน ขณะที่ ซามี่ เคดิร่า มิดฟิลด์หายเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาขวาลงเล่นได้ และ มิโรสลาฟ โคลเซ่ กองหน้าตัวหลักยิงในฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายไปแล้ว 14 ประตู ขาดเพียงประตูเดียวจะทำสถิติเท่ากับ โรนัลโด้ อดีตศูนย์หน้าทีมชาติบราซิลที่ทำไว้ 15 ประตู ทางด้าน บิเซนเต้ เดล บอสเก้ กุนซือสเปนดร็อป เฟร์นานโด ตอร์เรส เป็นตัวสำรอง แล้วส่ง เปโดร โรดริเกซ ลงเล่น โดยมี ดาบิด บีย่า เป็นกองหน้าตัวหลัก และเขายิงไปแล้ว 5 ประตู นำดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2010 ร่วมกับ เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ สตาร์ฮอลแลนด์เวลานี้

เกมครึ่งแรก ผ่านไปเพียง 4 นาที ขณะที่นักเตะทั้งสองทีมกำลังแข่งขัน ได้มีแฟนบอลผู้ชายรายหนึ่งที่สวมเสื้อที-เชิร์ตสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงยีนส์ และถือแตรวูวูเซล่า วิ่งลงมาในสนาม ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องช่วยกันพาตัวออกไป จากนั้นทั้งสองทีมเตะกันต่อ และนาทีที่ 5 สเปนมีลุ้นที่จะได้ประตู เมื่อ เปโดร โรดริเกซ ผ่านบอลแม่นยำให้ ดาบิด บีย่า ยิงไปติด มานูเอล นอยเออร์ นายทวารที่วิ่งออกจากเส้นประตูเข้ามาบล็อคได้ทันเวลา

ทั้งสองทีมต่อบอลกันกลางสนามเป็นส่วนใหญ่ และแล้วนาที 14 โอกาสเป็นของทีมกระทิงดุอีกครั้ง อันเดรส อิเนียสต้า โยนบอลจากกรอบเขตโทษฝั่งขวามาเข้าหัว การ์เลส ปูโญล เซนเตอร์ฮาล์ฟขึ้นโหม่งข้ามคาน โดยนาทีต่อมา เยอรมันโต้กลับเร็ว เมซุต โอซิล เปิดลูกเตะมุมจากทางฝั่งขวา บอลไซด์โค้งมาที่หน้าประตู อิเกร์ กาซิยาส นายทวารกัปตันทีมเซฟไว้ได้

นาที 19 เซร์คิโอ รามอส แบ็กขวาสเปนซัลโวจากบริเวณกรอบเขตโทษ บอลเหินข้ามคานออกไป โดยทัพกระทิงดุยังเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า ขณะที่อินทรีเหล็กใช้จังหวะสวนกลับเร็วที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลุ้นทำประตู

จากนั้นนาที 27 เซร์คิโอ รามอส ไปย่ำเข้าที่ข้อเท้าซ้ายของ ลูคัส โพดอลสกี้ จนได้รับบาดเจ็บ โดย รามอส ไม่โดนใบเหลืองแต่อย่างใด และหลังจากได้รับการปฐมพยาบาล โพดอลสกี้ กลับมาเล่นต่อไปได้

สเปนแม้ครองบอลมากกว่า แต่ยังเจาะกองหลังเยอรมันเข้าไปทำประตูไม่ได้ ต้องใช้วิธีซัลโวระยะไกล นาที 30 ชาบี อลอนโซ่ ยิงเท้าขวาระยะไกล 30 หลาไม่เข้ากรอบ

เยอรมันเริ่มเดินเกมรุกได้มากกว่า พิโอเตอร์ โทรชอฟสกี้ ได้ยิงไกล 30 หลา นาที 32 ติด อิเกร์ กาซิยาส นายทวารกัปตันทีมปัดบอลออกเส้นหลังไปได้

ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก ทั้งสองทีมต่างมีโอกาสลุ้นทำประตู เปโดร โรดริเกซ ปีกซ้ายสเปนยิงไกลติด นอยเออร์ เซฟไว้ได้นาที 47 และนาทีต่อมา เซร์คิโอ รามอส เสียบเข้าที่ข้อเท้าของ เมซุต โอซิล ในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสิน วิคเตอร์ คาสไซ จากฮังการีไม่ได้เป่าให้เยอรมันได้ลูกจุดโทษแต่อย่างใด จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0

ครึ่งหลัง สเปน เดินหน้าบุกเข้าใส่นาที 48 เมื่อ เปโดร ลุยขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนจะไหลเข้ากลางให้ ชาบี อลอนโซ่ ซัดด้วยขวาแต่บอลพุ่งหลุดกรอบออกหลัง

2 นาทีต่อมาแฟนกระทิงดุเกือบได้เฮอีกครั้งจากจังหวะที่ ชาบี เอร์นานเดซ ไหลบอลให้ ชาบี อลอนโซ่ ตะบันด้วยซ้ายแต่บอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

สเปน ยังคงดาหน้าบุกเข้าใส่นาที 55 เมื่อ อลอนโซ่ ไหลบอลให้ ดาบิด บีย่า ยิงด้วยขวาจากหน้าเขตโทษแต่บอลไม่เข้ากรอบ

กระทิงดุน่าจะได้ประตูอีกครั้งในนาที 58 จากจังหวะที่ อิเนียสต้า ลุยเข้าไปในเขตโทษก่อนจะเปิดไปเสาสอง บีย่า พยายามเข้าชาร์จแต่ไม่ทันบอลผ่านหน้าประตูออกไปอย่างน่าเสียดาย

เยอรมัน พยายามหาโอกาสบุกนาที 60 กองหลัง สเปน โหม่งสกัดบอลมาเข้าทาง มิโรสลาฟ โคลเซ่ เอี่ยวตัววอลเลย์แต่บอลข้ามคาน

สเปน ยังคงบุกได้น่ากลัวนาที 63 ชาบี อลอนโซ่ โยนบอลโค้งเข้าไปในเขตโทษให้ เซร์คิโอ รามอส ทะลุเข้าไปแต่จังหวะสุดท้ายถูก ลูคัส โพดอลสกี้ เสียบล้มลงไปแต่ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไร

เยอรมัน ลงมาตั้งรับกันอย่างเหนี่ยวแน่นนนาที 67 เป็น ดาบิด บีย่า ฉีกออกไปรับบอลริมเส้นก่อนจะได้ยิงในเขตโทษแต่ นอยเออร์ ยังล้มตัวรับได้ทัน

อินทรีเหล็กสวนกลับนาที 69 จากจังหวะที่ ลูคัส โพดอลสกี้ หลุดมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดบอลมาเสาสองให้ โทนี่ โครส ตัวสำรองยิงเน้นๆ แต่ กาซียาส ยังไม่พลาดพุ่งปัดออกหลังได้ทัน

สเปน มาได้ประตูนำ 1-0 ในนาที 73 จากลูกเตะมุม ชาบี เอร์นานเดซ โยนบอลเข้าไปหน้าประตูเป็น การ์เลส ปูโยล ลอยตัวมาโขกผ่านมือ มานูเอล นอยเออร์ เข้าไปตุงตาข่าย

0-1 Puyol 73' // Download

Germany 0-1 Spain

Simão | MySpace Video


ช่วงท้ายเกม อินทรีเหล็ก บุกหนักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้จบเกม สเปน เอาชนะ เยอรมัน 1-0 กระทิงดุ เข้าไปชิงชนะเลิศกับ ฮอลแลนด์ ในวันที่ 11 กรกฎาคม ส่วน อินทรีเหล็ก ต้องไปชิงอันดับ 3 กับ อุรุกวัย ในวันที่ 10










วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Argentina 0-4 Germany

มิโรสลาฟ โคลเซ เหมาคนเดียวสองประตูช่วยให้ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ถล่มเอาชนะ "ฟ้า-ขาว" อาร์เจนตินา ขาด 4-0 เขี่ยลูกทีมของ ดีเอโก มาราโดนา ตกรอบก่อนรองชนะเลิศ ศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา





ผลฟุตบอลโลก 2010 รอบก่อนรองชนะเลิศ
อาร์เจนตินา 0-4 เยอรมนี

hilight

Highlights Argentina 0-4 Germany

Perry | MySpace Video



ศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ รอบก่อนรองชนะเลิศ คู่ระหว่าง "ฟ้า-ขาว" อาร์เจนตินา อดีตแชมป์โลก 2 สมัย พบกับ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี อดีตแชมป์โลก 3 สมัย ที่สนามกรีน พอยน์ สเตเดียม ในเมืองเคป ทาวน์ เมื่อวันเสาร์ที่ 3 กรกฏาคมที่ผ่านมา โดย ดีเอโก มาราโดนา โค้ชอาร์เจนตินา ได้ ลีโอเนล เมสซี ดาวยิงตัวเก่งหายจากไข้หวัดฟิตกลับมาลงสนาม ส่วน โยอาคิม เลิฟ กุนซือเยอรมนี ยังใช้ผู้เล่นชุดเดิมจากนัดก่อนที่เอาชนะ อังกฤษ โดยมี บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ เดินเกมตรงกลาง

เปิดฉากครึ่งแรกไม่ถึง 3 นาที เยอรมนี เป็นฝ่ายทำประตูออกนำ 1-0 อย่างรวดเร็วจากลูกฟรีคิกทางกราบซ้าย บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ โยนบอลเข้าไปในเขตโทษ โธมัส มุลเลอร์ โฉบตัดหน้าแผงหลังอาร์เจนไตน์โหม่งเช็ดเข้าประตูไป

Thomas Müller 3' // Download


Argentina 0-1 Germany

Perry | MySpace Video




"ฟ้า-ขาว" พยายามใช้เกมสวนกลับเร็วเข้าโจมตีแนวรับของ "อินทรีเหล็ก" แต่ไม่สามารถหาโอกาสยิงประตูแบบชัดเจนได้ กลายเป็น เยอรมนี เกือบขยับสกอร์หนีห่างออกไปอีกในนาที 23 เมื่อ ไฮน์เซ สกัดบอลพลาดจนถูก มุลเลอร์ แตะบอลเข้าไปในเขตโทษ ก่อนผ่านมาให้ โคลเซ ซัดด้วยขวาข้ามคานออกไป

กว่าที่ อาร์เจนตินา จะยิงเข้ากรอบครั้งแรกของเกมต้องรอกระทั่งนาที 32 เมื่อ อังเคล ดิ มาเรีย ได้บอลในเขตโทษ ก่อนโยกหลอกแผงหลัง เยอรมนี แล้วยิงเรียดไปตรงตัว มานูเอล นอยเออร์ หลังจากนั้นอีก 2 นาที กอนซาโล อีกัวอิน ได้ซัดในเขตโทษเช่นกัน แต่ไม่ผ่านมือ นอยเออร์ เหมือนเดิม

เกมมาถึงนาที 37 คาร์ลอส เตเบซ ได้บอลหลุดเข้ามาในเขตโทษ ก่อนถวายพานให้ อีกัวอิน แปบอลง่ายๆเข้าประตูไป แต่ถูกผู้กำกับเส้นยกธงล้ำหน้าไปตั้งแต่จังหวะได้บอลของ เตเบซ อีก 2 นาทีถัดมา ลูคัส โพดอลสกี สับด้วยซ้ายจากนอกเขตโทษ บอลเลี้ยวหลุดโคนเสาออกไปเล็กน้อย หลังจากนั้นทั้งสองทีมไม่สามารถบวกสกอร์เพิ่มได้จบ 45 นาทีแรกไป

เกมครึ่งหลัง มาราโดนา สั่งลูกทีมบุกใส่ทันทีและผ่านมาถึงนาที 48 ดิ มาเรีย ได้ส่องจากนอกเขตโทษ บอลหลุดเสาสองออกไปนิดเดียว ก่อนที่ "ฟ้า-ขาว" จะมาได้ลุ้นอีกครั้งในนาที 62 จากลูกยิงไกลระยะประมาณ 25 หลาของ เตเบซ แต่บอลไปตรงตัว นอยเออร์ รับเข้าซอง

อาร์เจนตินา กดดันต่อเนื่องมาถึงนาที 63 ลีโอเนล เมสซี จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ อีกัวอิน สอดมายิงมุมแคบติดบล็อก นอยเออร์ ออกหลัง แต่เกมมาถึงนาที 68 กลายเป็น เยอรมนี มาทำสกอร์หนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะโต้กลับเร็ว ก่อนที่ มุลเลอร์ ล้มตัวตวัดบอลมาให้ โพดอลสกี หลุดเดี่ยวเข้ามาในเขตโทษแล้วถวายพานให้ โคลเซ แตะบอลเข้าประตูไปแบบง่ายๆ

Miroslav Klose 68' // Download

Argentina 0-2 Germany

Perry | MySpace Video




"อินทรีเหล็ก" ได้ใจยังเดินหน้าบุกต่อกระทั่งนาที 74 ก็ขยับสกอร์ห่างเป็น 3-0 จากการเล่นลูกเตะมุมสั้น ก่อนที่ ชไวน์สไตเกอร์ จะใช้ความสามารถเฉพาะตัวกระชากบอลแหวกกองหลัง "ฟ้า-ขาว" จนหลุดไปถึงเส้นหลังแล้วผ่านบอลมาให้ อาร์เน ฟรีดริช ชาร์จเสาแรกส่งบอลซุกก้นตาข่ายไป

Arne Friedrich 74' // Download

Argentina 0-3 Germany

Perry | MySpace Video


โทนี โครส ตัวสำรองที่เพิ่งลงสนามมาไม่นานของ เยอรมนี ลองตะบันจากระยะประมาณ 20 หลาในนาที 82 ให้ เซร์คิโอ โรเมโร ต้องออกแรงทุบบอลทิ้งออกไปอีกครั้ง ด้าน เมสซี พยายามหาประตูแรกของตัวเองในศึกฟุตบอลโลกด้วยการซัดไกลในนาที 85 แต่บอลก็ไปตรงตัวของ นอยเออร์ รับเข้าซองอีกเหมือนเดิม

ก่อนหมดเวลา 2 นาที โคลเซ มาบวกประตูที่สองของตนในเกมนี้และเป็นประตูที่ 14 ของตนเองในฟุตบอลโลกเป็นรองเพียงสถิติสูงสุดของ โรนัลโด กองหน้าทีมชาติบราซิลเพียงประตูเดียว เมื่อแปบอลจากลูกเปิดของ เมซุต โอซิล เข้าสู่ก้นตาข่ายอย่างสวยงาม จนช่วยให้ เยอรมนี ถล่มเอาชนะ อาร์เจนตินา ไปแบบขาดลอย 4-0 พร้อมผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกไปรอพบผู้ชนะระหว่าง สเปน หรือ ปารากวัย

Miroslav Klose 89' // Download

Argentina 0-4 Germany

Perry | MySpace Video


รายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
เยอรมนี : มานูเอล นอยเออร์, ฟิลิปป์ ลาห์ม, แพร์ มาเตซัคเกอร์, อาร์เน ฟรีดริช, เจอโรม บัวเต็ง, ซามี เคดิรา, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, โธมัส มุลเลอร์, เมซุต โอซิล, ลูคัส โพดอลสกี, มิโรสลาฟ โคลเซ
อาร์เจนตินา : เซร์คิโอ โรเมโร, นิโคลัส ออตตาเมนดี, มาร์ติน เดมิเชลิส, นิโคลัส บูร์ดิสโซ, กาเบรียล ไฮน์เซ, มักซี โรดริเกซ, ฮาเวียร์ มาสเชราโน, อังเคล ดิ มาเรีย, ลีโอเนล เมสซี, คาร์ลอส เตเบซ, กอนซาโล อีกัวอิน
วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Germany 4 - 1 England

ศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน รอบ 16 ทีมสุดท้าย "อินทรีเหล็ก" เยอรมัน ถล่ม"สิงโตคำราม" อังกฤษเละ4:1ลิ่วเข้ารอบ 8ทีมสุดท้าย โคเซ่นำร่อง มุลเลอร์ซัดเบิ้ล แต่ในเกมส์นี้มีข้อกังขาในเรื่องประตูของอังกฤษที่เกือบได้ประตูที่สอง เกมส์จะเป็นยังไง มันส์แค่ไหนไปดูกัน

Germany 4 - 1 England
world cup
27/06/2010
referee : Jorge Larrionda (Uruguay)





20' M. Klose [1 - 0]

32' L. Podolski [2 - 0]

37' [2 - 1] M. Upson

48' A. Friedrich (Germany )(yellow card)

67' T. Müller [3 - 1]

70' T. Müller [4 - 1]

82' G. Johnson (England)(yellow card)
วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Germany 4 - 0 Australia

world cup
13/06/2010

มอเตอร์ไซค์แต่งสวยๆ

แต่งรถยนต์ รถยนต์แต่งสวย

คลับของคนรักมวยไทย

Updates Via E-Mail

Popular Posts


statistic

ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซด์ FlashSanook แฟลชเกมสนุกของคนออนไลน์


ศูนย์รวมชมรมนักแต่งรถเครื่อง รูปภาพรถแต่งสวยๆและเทคนิคการแต่งเจ๋งๆ ที่นี่ tangmocy.blogspot.com
Scoopy-i สวยลงตัว ไม่ต้องแต่งมาก แถวพระรามสาม โซนิคเขียวขาว แต่งเดิมๆ แต่ดูดีมีไสตล์ ชาลีสีดำ ไสตล์สปอร์ต แจ่มสุดๆ
Mio ออลสตาร์ โอเพ่น บอย ยากูซ่า 123 % อุบลฯ เจ๋งเป้งมากๆ Ducati M900 ปี99 สีแดง โซนิคแถวบางนา แจ่มได้ใจ