มาใหม่ล่าสุด


ติดตามดูคลิปฟุตบอลทางเฟสบุ๊ค ได้ที่หน้าแฟนเพจได้เลยนะครับ... www.facebook.com/clibfootball หรือตามลิงค์ด้านล่างครับ...เข้าไปแล้วช่วยกดไลค์ด้วยนะครับ... https://www.facebook.com/clibfootball

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เนเธอร์แลนด์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เนเธอร์แลนด์ แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Netherlands 0-1 Spain

อิเนียสต้ายิง!กระทิงขวิดดัตช์ซิวแชมป์ครั้งแรก





ศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบชิงชนะเลิศ

วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2553

ฮอลแลนด์ 0:1 สเปน




Hilight



Netherlands 0-1 Spain (Highlights)

Ricardo | MySpace Video





Celebrations + Trophy Ceremony








ฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ เดินทางมาถึงนัดสุดส้าย รอบชิงชนะเลิศ เป็นเกมตัดสิน ฮอลแลนด์ - สเปน มีเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นผู้ชนะจะกลายเป็นทีมแชมป์โลกใหม่ลำดับที่ 8 นับตั้งแต่มีการจัดการแข่งขันครั้งแรก และอีกไฮไลท์ที่น่าสนใจคือการขับเคี่ยวกันระหว่าง เวลสลีย์ สไนจ์เดอร์ และ ดาบิด บีญ่า ที่กำลังลุ้นตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุด หลังทำได้เท่ากันอยู่ที่ 5 ประตู

ครึ่งแรก
ฮอลแลนด์ ในชุดสีส้มเป็นฝ่ายเขี่ยลูกเริ่มเล่นบุกจากขวาไปซ้าย นาทีที่ 5 เป็น สเปน ที่ได้ลุ้นก่อน จากจังหวะลูกฟรีคิกทางฝั่งขวา ชาบี เฮอร์นานเดส เปิดเข้ามาในเขตโทษ เซอร์คิโอ รามอส ได้โอกาสโขกติดเซฟ มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก ก่อนบอลจะถูกเคลียร์ออกมาได้

นาทีที่ 7 ฮอลแลนด์ ได้ลุ้นบ้าง! เซอร์จิโอ บุสเกสต์ กองกลางของสเปน จ่ายตัดเข้ากลางในจังหวะทำเกมบุกขึ้นมา เดิร์ก เคาท์ ตัดได้เร่งจังหวะยิงด้วยขวาจากนอกกรอบบอลเบาเข้าซอง อีเกร์ การ์ซิยาส

เกมค่อนข้างเร็ว! นาทีที่ 12 สเปน ขึ้นเกมบุกมาทางขวาก่อนจะมาได้ลูกเตะมุมโดย ชาบี เฮอร์นานเดส, อลอนโซ่ ผ่านบอลข้ามไปที่เสาไกล บีญ่า วอลเลย์ด้วยขวาเต็มข้อเข้าข้างตาข่าย

นาทีที่ 33 อีเกร์ การ์ซิยาส ขว้างบอลยาวออกนอกสนาม เพื่อดูอาการของ ปูโยล กองหลังเพื่อนร่วมทีม หลังทั้งคู่เข้าปะทะกันในจังหวะเข้าเล่นบอล ฮอลแลนด์ แสดงสปิริตทุ่มเข้ามาก่อนจะวางยาวจากกลางสนามกะคืนให้ สเปน เล่นต่อบอลเจ้ากรรมตกกระดอนพื้นลอยสูงเกือบเข้าประตู การ์ซิยาส ต้องปัดออกหลัง ก่อนที่ ฟาน เพอร์ซี่ จะมาเตะมุมคืนบอลให้ สเปน

ช่วงทดเจ็บ ฮอลแลนด์ ได้โอกาสลุ้นหลังตั้งรับอยู่นาน! บอลบริเวณหัวกะโหลก จ่ายออกขวา ร็อบเบน เติมขึ้นมาเล่นหาจังหวะยิงด้วยซ้ายที่เสาแรก อีเกร์ การ์ซิยาส ต้องปัดออกหลัง ผู้ตัดสินเป่าจบครึ่งแรกทั้ง 2 ทีมยังเสมอกันอยู่ 0:0

ครึ่งหลัง
เขี่ยลูกเล่นต่อครึ่งหลัง ทั้ง 2 ทีมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น สเปน ได้ลูกเตะมุมทางขวาในนาทีที่ 48 ชาบี เฮอร์นานเดซ เปิดมากลาง คาร์เลส ปูโยล ลอยตัวสะบัดโขกมาที่เสาสอง โจน แคปเดบิญ่า แปด้วยขวาเท้าข้างไม่ถนัดไม่โดน บอลหลุดออกหลัง

นาทีที่ 51 เคาท์ พาบอลจากกลางหน้าเขตโทษออกมาขวาจ่ายให้ อาร์เยน ร็อบเบน ลากตัดกลับเข้าในแล้วตวัดยิงด้วยซ้ายลูกถนัด อีเกร์ การ์ซิยาส ล้มตัวตะครุบบอลไว้ได้ที่โคนเสา

นาทีที่ 61 ฮอลแลนด์ ต้องได้!!! สไนจ์เดอร์ จ่ายทะลุช่องจากกลางสนามขึ้นหน้า อาร์เยน ร็อบเบน หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลตัวต่อตัวยิงติดขา กาซิยาส ออกหลังอย่างน่าเสียดาย

สเปน ต้องได้!!! (เหมือนกัน) นาทีที่ 70 จังหวะขึ้นเกมรุกมา ชาบี เฮอร์นานเดส ผ่านออกขวาให้ เฮซุส นาบาส ตัวสำรองที่เปลี่ยนลงอาศัยสปีดต้นมากระชากเข้าไปในเขตโทษ เปิดผ่านมาที่เสาสองกองหลัง ฮอลแลนด์ เสียจังหวะสกัดบอลไม่ขาดเลยมาถึง บีญ่า ได้กดเต็มข้อบอลติดบล็อกออกหลัง

อีกครั้งที่สเปน น่าจะได้ประตู จากจังหวะลูกเตะมุมทางซ้ายในนาทีที่ 77 ชาบี เฮอร์นานเดซ เปิดเข้ามากลางประตู เซอร์จิโอ รามอส พุ่งเข้ามาโขกโล่งๆ ไม่มีตัวประกบแต่กดไม่ลง บอลข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

ทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที ยังไม่มีการทำประตู ผู้ตัดสินเป่าจบเกมปกติ ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

ครึ่งต่อเวลาพิเศษ
สเปน เขี่ยลูกเริ่มเล่นบุกจากซ้ายไปขวา นาทีที่ 95 สเปน ได้ลุ้น!! อีเนียสต้า ซึ่งเล่นได้เด่นมาสุดในเกมนี้จ่ายจากกลางสนามขึ้นหน้า เชส ฟาเบรกาส ที่ลงมาเป็นตัวสำรองช่วงครึ่งหลังสปีดไปเล่นก่อนจะยิงด้วยซ้าย มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก อ่านขาดออกมาปิดทางเซฟไว้ได้ด้วยหน้าแข้ง!

นาทีที่ 101 เชส ฟาเบรกาส จ่ายออกขวาให้ บีญ่า ที่ลงมาเชื่อมเกมต่ำผ่านต่ออีกจังหวะถึง เฮซุส นาบาส ซัดด้วยขวาบอลแฉลบขากองหลัง ฮอลแลนด์ เกือบเปลี่ยนทางเข้าประตู

ฮอลแลนด์ มาเหลือผู้เล่น 10 คนในนาทีที่ 108 จอห์นนี่ ไฮติงก้า เจตนาดึง อันเดรียส อีเนียสต้า ล้มลงในจังหวะจะหลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษผูตัดสินแจกใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ ไฮติงก้า ออกจากสนาม

นาทีที่ 115 ฮอลแลนด์ ได้ลูกฟรีคิกระยะราว 35 หลา เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ รับหน้าที่สังหาร ซัดบอลแฉลบกำแพง ออกหลังแต่ไม่ได้ลูกเตะมุม

สเปน มาได้ประตูสำคัญขึ้นนำ 1:0 ในนาทีที่ 117 ตอร์เรส ซึ่งลงมาเป็นตัวสำรอง ตักจากซ้ายเข้าใน บอลโดนกองหลังฮอลแลนด์ สกัดเข้าทาง ฟาเบรกาส แทงออกขวาให้ อันเดรียส อิเนียสต้า วอลเลย์ด้วยเน้นๆ ส่งบอลกองก้นตาข่ายอย่างสวยงาม เป็นประตูชัย ช่วยให้ สเปน เอาชนะ ฮอลแลนด์ คว้าแชมป์มาครองอย่างยิ่งใหญ่ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์จากการผ่านเข้าชิงฯครั้งแรก


0-1 Iniesta 116' // Download


Netherlands 0-1 Spain

Simão | MySpace Video



วันอังคารที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Uruguay 2-3 Netherlands

"อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ จัดการบดเอาชนะ "จอมโหด" อุรุกวัย 3-2 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ โดยรอพบผู้ชนะระหว่าง "กระทิงดุ" สเปน หรือ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ต่อไป



ศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบรองชนะเลิศ
ฮอลแลนด์ 3-2 อุรุกวัย


Hilight


Uruguay 2-3 Netherlands (Highlights)

Ricardo | MySpace Video




เบิร์ต ฟาน มาร์ไวจก์ ปรับหมากให้ "อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ 2 จุด คาลิด บูลาห์รุซ และ เดมี เดอ ซูว์ ถูกส่งลงมาแทน เกรกอรี ฟาน เดอร์ วีล กับ ไนเจล เดอ ยอง ที่ติดโทษแบน ส่วน โยริส มาไธจ์เซน หายเจ็บเข่ากลับมาประจำการในแผงรับ ขณะที่แนวรุกลุยกันพร้อมเพรียง เดิร์ก เคาท์, เวสลีย์ สไนเดอร์ และ อาร์เยน ร็อบเบน คอยปั้นเกมให้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ลุ้นสกอร์ ด้าน ออสการ์ วอชิงตัน ตาบาเรซ มีการปรับแท็คติกให้ "จอมโหด" อุรุกวัย เช่นกัน แผงหลัง ดีเอโก โกดิน ฟิตทดแทน ดีเอโก ลูกาโน ที่ติดโทษแบนพอดี ส่วน มาร์ติน คาเซเรส ได้สวมตำแหน่งแบ็กซ้ายแทน ฮอร์เก ฟูซิเล ที่โดนกัก เกมบุกดัน ดีเอโก ฟอร์ลัน ยืนล่าตาข่ายกับ เอดิสัน คาวานี เนื่องจาก หลุยส์ ซัวเรซ โดนใบแดงจากนัดก่อน แผงมิดฟิลด์มีการเติม วอลเตอร์ การ์กาโน ลงไปช่วยไล่บอล



"ฟอร์ลัน" ซัดตีเสมอก่อนจอมโหดพ่าย


เริ่มเกมการแข่งขัน อุรุกวัย พยายามครองบอลบุกก่อน แต่เป็น ฮอลแลนด์ ที่ได้เสียวตั้งแต่นาทีที่ 3 อาร์เยน ร็อบเบน ขึ้นมาทางขวาก่อนล็อกเปิดด้วยซ้ายไปหน้าประตู เฟอร์นานโด มุสเลรา ชกบอลทิ้งไม่ขาดมาเข้าทาง เดิร์ก เคาท์ ได้สับด้วยขวาในกรอบโทษบอลเหินข้ามคานไปแบบมีลุ้น ถัดมา "จอมโหด" ตัดบอลแดนกลางได้จาก มาร์ค ฟาน บอมเมล และทาง อัลวาโร เปไรรา ก็ตัดสินใจตะบันด้วยซ้ายจากบริเวณกลางสนามจะลักไก่ใส่ มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก แต่ก็หลุดกรอบไป ผ่าน 10 นาทีแรก "อัศวินสีส้ม" ได้โอกาสเหมาะจากการเคลียร์ไม่ขาดของแผงรับคู่แข่ง เวสลีย์ สไนเดอร์ ล็อกเข้ายิงด้วยขวาบริเวณหัวกะโหลก ทว่าบอลดันพุ่งไปชนตัว โรบิน ฟาน เพอร์ซี พวกเดียวกันเอง

หลังจากขึงเกมอยู่พักใหญ่ นาทีที่ 18 ฮอลแลนด์ ก็เบิกประตูนำ 1-0 เมื่อ โจวานนี ฟาน บรองฮอร์สท เติมขึ้นมาได้โอกาสกระหน่ำด้วยซ้ายข้างถนัดจากระยะประมาณ 35 หลา "จาบูลานี" พุ่งแหวกอากาศ มุสเลรา ปัดได้แค่ปลายนิ้วบอลกระแทกเสาเหลี่ยมในเข้าประตูไปอย่างสุดสวย


0-1 Van Bronckhorst 18'


Uruguay 0-1 Netherlands

Ricardo | MySpace Video




เก้านาทีถัดมา มาร์ติน คาเซเรส ลุยขึ้นมาจักรยานอากาศยิง แต่เท้าฟาดเข้าที่ใบหน้าของ เดมี เดอ ซูว์ อย่างจัง ทำให้นักเตะดัตช์ไม่พอใจกรูกันจะเข้าไปเอาเรื่อง ทำให้ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายทำท่าจะมีเรื่องกัน ยังดีที่ อิมาตอฟ ราฟชาน เชิ้ตดำจากอุซเบกิสถาน สามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ ด้วยการแจกใบเหลืองให้แบ็กซ้าย "จอมโหด" ขณะที่ สไนเดอร์ ก็โดนเช่นกันจากการปรี่เข้าไปจะเอาเรื่องคู่แข่ง

ครึ่งชั่วโมงพอดี "อัศวินสีส้ม" ลุยขึ้นมาอีกครั้ง ฟาน เพอร์ซี จ่ายให้ ร็อบเบน หลุดเข้ากรอบโทษจะยิงด้วยซ้ายแต่ คาเซเรส ตามลงมาบล็อกได้ทัน จากนั้นเป็น อุรุกวัย ที่โหมเข้าใส่ เอดิสัน คาวานี สลัดการประกบหลุดไปเกือบสุดเส้นหลังฝั่งขวาแต่ตบเข้ากลางโดนเคลียร์ทิ้งไป ถัดมา เอคิดิโอ อเรวาโล ลองส่องไกลทว่าไม่ได้สร้างปัญหาให้ มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก นาทีที่ 38 คาวานี ถ่างไปเล่นด้านข้างเปิดเข้าในให้ ดีเอโก ฟอร์ลัน ขวิดที่เสาแรกบอลหลุดเป้าหมาย แต่สามนาทีถัดมา อุรุกวัย ก็ไล่ตีเสมอเป็น 1-1 สำเร็จจากการยิงไกลด้วยซ้ายของ ฟอร์ลัน บอลพุ่งแรง สเตเคเลนเบิร์ก ทำได้แค่ปัดปลายมือเท่านั้น ท้ายครึ่งแรก ฟอร์ลัน ได้ซัดฟรีคิกจากระยะ 30 หลา คราวนี้นายด่านดัตช์ไม่ยอมพลาด จบ 45 นาทีแรกยังไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบเสียเปรียบกัน



1-1 Forlan 41'


Uruguay 1-1 Netherlands

Ricardo | MySpace Video


"สไนเดอร์" ซัลโวตามสไตล์ถนัด


ลงมาลุยต่อครึ่งหลัง เบิร์ต ฟาน มาร์ไวจก์ เปลี่ยนเอา ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ลงมาเล่นแทน เดอ ซูว์ และก็เป็น ฮอลแลนด์ ที่พยายามขึงเกมรุกอีกครั้ง แต่ อุรุกวัย ช่วยเกมรับกันได้ดี นาทีที่ 49 สวนขึ้นมาป่วนจนแแผงหลังดัตช์พลาดปล่อยให้ คาวานี หลุดขึ้นมา สเตเคเลนเบิร์ก ต้องออกมาสไลด์สกัดจากนอกกรอบไม่พ้นอันตราย อัลวาโร เปไรรา ซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบ ฟาน บรองฮอร์สท ต้องโหม่งเคลียร์พ้นอันตรายไป หนึ่งชั่วโมงผ่านไปทั้งสองฝ่ายเริ่มกลับมาแลกกันอีกครั้ง "อัศวินสีส้ม" อาศัยการขึ้นเกมของ ร็อบเบน แต่จังหวะเปิดยังไม่เข้าทางเพื่อน ขณะที่ "จอมโหด" ให้ ฟอร์ลัน เดินเกมทว่าก็ยังประสานกับ คาวานี ได้ไม่มากเท่าที่ควร

นาทีที่ 66 อุรุกวัย ได้ฟรีคิกระยะหวังผล 30 หลาเยื้องมาทางซ้าย ฟอร์ลัน ตั้งป้อมปั่นด้วยขวาข้ามกำแพง สเตเคเลนเบิร์ก ต้องพุ่งไปชกทิ้งบริเวณโคนเสา สองนาทีถัดมา ฮอลแลนด์ พลาดโอกาสทองในการขึ้นนำอีกครั้งเมื่อ ฟาน เพอร์ซี แตะคืนให้ ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ซัดด้วยซ้าย มุสเลรา ปัดไม่พ้น ร็อบเบน วิ่งเข้ามาหวดด้วยขวาบอลโด่งเกินไป แต่แล้วนาทีที่ 70 "อัศวินสีส้ม" ก็ออกนำ 2-1 จนได้ สไนเดอร์ หาจังหวะยิงบริเวณเส้นโทษบอลแฉลบหว่างขา เมาริซิโอ วิคตอริโน กระดอนพื้นผ่านมือ มุสเลรา เข้าไปซุกก้นตาข่าย ทำให้เพลย์เมคเกอร์ดัตช์ซัดรวมเป็น 5 ประตู ขึ้นมานำดาวซัลโวร่วมกับ ดาบิด บีญา หัวหอก "กระทิงดุ" สเปน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


1-2 Sneijder 71'


Uruguay 1-2 Netherlands

Ricardo | MySpace Video


จากนั้นประตูไหลมาทางดัตช์ที่ฉีกหนีเป็น 3-1 ในนาทีที่ 73 เมื่อ เดิร์ก เคาท์ โยนบอลจากกราบซ้ายเข้าใน ร็อบเบน โฉบตัดหน้า ดีเอโก โกดิน ขวิดบอลลงพื้นกระเด้งโคนเสาเข้าประตูไป ลูกนี้ มุสเลรา ได้แต่ใช้สายตาป้องกันเท่านั้น


1-3 Robben 73'


Uruguay 1-3 Netherlands

Ricardo | MySpace Video


เข้าสู่ช่วง 15 นาทีสุดท้าย ออสการ์ วอชิงตัน ตาบาเรซ ถอดเอา ปาไรรา ออกไปพร้อมกับส่ง เซบาสเตียน อาบรู ลงมาช่วยเพื่อนทำสกอร์ในเวลาที่งวดลงทุกขณะ ช่วงทดเจ็บ อุรุกวัย ไล่มาเป็น 2-3 จาก มักซิมิลิอาโน เปไรรา แต่ครบ 90 นาที "อัศวินสีส้ม" ประคองตัวพิชิตชัยผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2010 ไปลุ้นแชมป์สมัยแรกในประวัติศาสตร์ วันที่ 11 กรกฎาคม 2553 รอพบผู้ชนะระหว่าง "กระทิงดุ" สเปน หรือ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ส่วน "จอมโหด" ต้องชิงอันดับ 3 คืนวันเสาร์ที่ 10 ก.ค.นี้


2-3 Pereira 90'


Uruguay 2-3 Netherlands

Ricardo | MySpace Video



รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
ฮอลแลนด์ : มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก , คาลิด บูลาห์รุซ , จอห์นนี ไฮติงกา , โยริส มาไธจ์เซน , โจวานนี ฟาน บรองฮอร์สท , มาร์ค ฟาน บอมเมล , เดมี เดอ ซูว์ , อาร์เยน ร็อบเบน , เวสลีย์ สไนเดอร์ , เดิร์ก เคาท์ , โรบิน ฟาน เพอร์ซี

อุรุกวัย : เฟอร์นานโด มุสเลรา , มักซิมิลิอาโน เปไรรา , ดีเอโก โกดิน , เมาริซิโอ วิคตอริโน , มาร์ติน คาเซเรส , ดีเอโก เปเรซ , วอลเตอร์ การ์กาโน , เอคิดิโอ อเรวาโล , อัลวาโร เปไรรา , ดีเอโก ฟอร์ลัน , เอดิสัน คาวานี


"ฟอร์ลัน" ซัดตีเสมอก่อนจอมโหดพ่าย




"สไนเดอร์" ซัลโวตามสไตล์ถนัด

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Netherlands 2 - 1 Brazil

เหล่าบรรดาแฟนบอลบราซิล มีอันต้องซึมกันเป็นแถบ หลังจากที่แซมบ้าได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 ในครึ่งแรกจากผลงานของ โรบินโญ่ แต่ว่าเมื่อกลับมาเล่นในครึ่งหลัง ฮอลแลนด์ กลับมาโชว์ฟอร์มดีไล่ยิงทีเดียว 2 ลูกรวดจากการทำเข้าประตูตัวเองของ เฟลิเป้ เมโล่ และลูกโขกเผาขนของ เวสลี่ย์ สไนเดอร์ ช่วยให้ ดัตช์แมน ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2010 เมื่อคืนที่ผ่านมา






บอลโลก 2010


รอบ 8 ทีมสุดท้าย


วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม 2553


บราซิล 1 - 2 ฮอลแลนด์

สนาม : เนลสัน แมนเดล่า เบย์ สเตเดี้ยม, พอร์ท เอลิซาเบท



เกมคู่แรกของรอบแปดทีมสุดท้ายเป็นเกมซูเปอร์อภิมหาบิ๊กแมตช์ระหว่าง บราซิล แชมป์โลก 5 สมัย ที่ถล่มสอนบอล ชิลี 3-0 มาในเกมที่แล้ว ปะทะ ฮอลแลนด์ ที่ชนะมา 4 เกมรวดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ และยังเป็นการเจอกันครั้งแรกของทั้งสองชาติในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย นับตั้งแต่ 12 ปีก่อนที่ บราซิล ดวลจุดโทษชนะ ฮอลแลนด์ ไปได้ในรอบตัดเชือกในศึก ฟร้องซ์ 98 ซึ่ง ดุงก้า กุนซือทีม "แซมบ้า" คนปัจจุบันเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิงจุดโทษเข้าไปในเกมนั้น ขณะที่ฝั่ง ฮอลแลนด์ ก็มี แฟร้งค์ เดอ บัวร์ ผู้ช่วยของ เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ เป็นหนึ่งในนักเตะในเกมนั้นด้วย

"กังหันลม" ฮอลแลนด์ ปรับทัพแค่ตำแหน่งเดียวคือส่ง อังเดร ออยเยอร์ กองหลังจอมเก๋าลงมาแทน โยริส มาไธจ์เซ่น ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บเข่าก่อนเริ่มเกมไม่กี่นาที นอกนั้นยึดชุดเดิมทั้งหมด นำทัพมาโดย อาร์เยน ร็อบเบน และ เวสลี่ย์ สไนเดอร์ สองขุนพลตัวเก่งที่ทำประตูได้ในเกมที่แล้ว

ด้าน บราซิล ที่วันนี้มาในชุดสีน้ำเงินเป็นครั้งแรกในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ได้ เฟลิเป้ เมโล่ กลับมายืนเป็นตัวคุมเกมคู่กับ จิลแบร์โต้ ซิลวา แต่ยังขาด เอลาโน่ ที่อาการบาดเจ็บกระดูกเท้าขวายังไม่ทุเลาลง ที่เหลือจัดทัพชุดใหญ่เต็มสตีม

เริ่มเกมมาเป็น บราซิล ที่ไม่พูดพล่ำทำเพลง เปิดฉากเดินเกมบุกใส่ทันที และเพียงนาทีที่ 8 ก็สามารถส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้สำเร็จจากการยิงของ โรบินโญ่ แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินจากแดนอาทิตย์อุทัยกลับยกธงเป็นลูกล้ำหน้าไปในจังหวะก่อนหน้านี้ที่ โรบินโญ่ ทำชิ่งกับ ดาเนียล อัลเวส แล้ว ทำเอานักเตะบราซิลเฮดีใจเก้อ

ทว่าถัดมาอีกแค่ 2 นาที บราซิล ก็มาขึ้นนำได้สำเร็จ จากการจ่ายบอลทะลุแผงหลัง "กังหันลม"มาทั้งแผงของ เมโล่ มาให้ โรบินโญ่ หลุดไปดวลเดี่ยวก่อนยิงสวนผ่าน มาร์เตน สเตเคเลนเบิร์ก เข้าไปตุงตาข่ายนิ่มๆ ส่งผลให้ บราซิล ขึ้นนำ 1-0


จังหวะการหลุดเข้าไปทำประตูของโรบินโญ่พาแซมบ้าขึ้นนำไปก่อน





ฮอลแลนด์ เริ่มเขี่ยลูกเล่นเกมขึ้นมาใหม่ได้นาทีเดียว เดิร์ค เค้าท์ ทำให้ กังหันลม มีลุ้นครั้งแรก เมื่อเลี้ยงตัดจากซ้ายเข้ามาก่อนตั้งป้อมอัดไกลนอกกรอบบีบให้ ชูลิโอ เซซาร์ ต้องทุบออกหลังไป

นาทีที่ 14 ยูอิจิ นิชิมูระ ผู้ตัดสินจาก ญี่ปุ่น มาควักใบเหลืองแรกของเกมให้แก่ จอห์นนี่ ไฮติงก้า ที่เข้าไปอัด หลุยส์ ฟาเบียโน่ จนคว่ำ

นักเตะ "เซเลเซา" ยังครองบอลเดินเกมบุกได้ดีกว่าคู่แข่ง และเกือบมาได้จากลูกที่ อัลเวส ตวัดเข้ากลางมาให้ ฮวน กองหลังเติมขึ้นมายิงข้ามคานออกไป

ผ่านมาถึงครึ่งชั่วโมงของเกมพอดี กาก้า น่าจะเบิกสกอร์แรกของตัวเองในฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้สำเร็จ จากการขึ้นเกมมาของ โรบินโญ่ ที่แหวกผ่านนักเตะ ฮอลแลนด์ มาสองคน ก่อนปาดเรียดเข้ากลางมา ฟาเบียโน่ ตอกส้นกลับให้ กาก้า แต่งหาจังหวะปั่นไซด์นอกกรอบ บอลกำลังจะหมุดลงเข้าไป แต่ สเตเคเลนเบิร์ก บินปัดออกได้อย่างยอดเยี่ยม

นาทีที่ 35 สไนเดอร์ มาได้ยิงฟรีคิกไกล แต่บอลพุ่งไปตรงตัว เซซาร์ ที่ยืนถูกตำแหน่ง และ มิเชล บาสโต๊ส ก็มาโดนใบเหลืองเป็นคนที่สองของเกม เมื่อไปทำฟาวล์ ร็อบเบน บริเวณริมเส้นฝั่งซ้าย ทำเอา ดุงก้า ที่ยืนลุ้นลูกทีมอยู่ข้างสนามโวยลั่นไม่เห็นด้วย

ช่วงท้ายครึ่งแรกยังเป็นฝ่าย บราซิล ที่มามีลุ้นอีกครั้งจากการเติมขึ้นมายิงของ ไมค่อน ที่วิ่งเข่ามาอัดเต็มแรงไปเข้าข้างตาข่าย และจบครึ่งแรกไปด้วยการที่ บราซิล ออกนำ ฮอลแลนด์ 1-0

น.50 ฮอลแลนด์ ได้ลุ้นในครึ่งหลังเมื่อ เวสลี่ย์ สไนเดอร์ ได้ซัดด้วยขวาจากหน้ากรอบโทษแต่บอลหลุดกรอบออกไป

น.53 อัศวินสีส้ม ตามตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะที่ เวสลี่ย์ สไนเดอร์ เปิดบอลเข้าไปในกรอบโทษ เฟลิเป้ เมโล่ โหม่งสกัดพลาดบอลเข้าประตูตัวเองเป็น 1-1

การเปิดของ เวสลี่ย์ สไนเดอร์ กดดันให้ เฟลิเป้ เมโล่ ทำเข้าประตูตัวเอง ทำให้อัศวินสีส้มตีเสมอได้สำเร็จ




น.68 ฮอลแลนด์ มาได้ประตูพลิกขึ้นนำเป็น 2-1 จากลูกเตะมุม ร็อบเบน เปิดบอลเข้าไปที่เสาใกล้ เดิร์ค เค้าท์ โหม่งตั้งไปเสาสองให้ เวสลี่ย์ สไนเดอร์ โขกเสียบตาข่ายไม่เหลือซาก


เวสลี่ย์ สไนเดอร์ โขกเสียบตาข่ายทำประตูชัยให้ฮอลล์แลนด์




และแล้วนาทีที่ 73 เฟลิเป้ เมโล่ ก็มาโดนใบแดงไล่ออกจากสนามไป เมื่อไปสอย ร็อบเบน จนร่วงและแถมย่ำซ้ำลงไปที่ต้นขาของ ร็อบเบน อีก ทำให้ผู้ตัดสิน ยูอิจิ นิชิมูระ ไม่ลังเลควักใบแดงไล่ออกจากสนามไปทันที ทำให้ในเกมนี้ เมโล่ ทำเข้าประตูตัวเองไปหนึ่งลูดและโดนใบแดงไปอีกด้วย

ดุงก้า มาสร้างความประหลาดใจให้แฟนบอล แซมบ้า ทั่วโลก เมื่อตัดสินใจส่ง นิลมาร์ ลงไปแทน หลุยส์ ฟาเบียโน่ กองหน้าตัวเก่งอย่างไม่น่าเชื่อ

บราซิล พยายามโหมเกมรุกเต็มที่ แต่ก็ไม่มีโอกาสส่องจังๆมากนัก แถมเกือบมาถูกฝังลงหลุมจากลูกสวนกลับที่ ฟาน เพอร์ซี่ ไหลคืนมาให้ ชไนเดอร์ เติมมายิงไปติดการป้องกันของ เซซาร์ นิดเดียว

กาก้า น่าจะมาทำประตูตีเสมอให้ แซมบ้า ได้ในนาทีที่ 84 เมื่อพลิกบอลสปีดหนีกองหัง ฮอลแลนด์ ไปได้แล้ว แต่จังหวะสุดท้ายดันกึ่งยิงกึ่งผ่านไปติด ออยเยอร์ ที่ลงมาช่วยไว้ได้ทัน

จนแล้วจนรอด บราซิล ก็ตีเสมอไม่สำเร็จ จบเกม ฮอลแลนด์ ล้างแค้นสำเร็จเอาชนะไป 2-1 เข้าไปพบกับ อุรุกวัย ในรอบตัดเชือกในวันที่ 6 กรกฎาคมที่จะถึงนี้

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

ฮอลแลนด์ : มาร์เตน สเตเคเลนเบิร์ก, เกรกอรี่ ฟาน เดอร์ วีล , อังเดร ออยเยอร์, จอห์นนี่ ไฮติงก้า,โจวานนี่ ฟาน บรองค์ฮอร์สท์ (กัปตันทีม), ไนเจล เด ยองก์, มาร์ค ฟาน บอมเมล, เวสลี่ย์ ชไนเดอร์ , เดิร์ค เค้าท์, อาร์เยน ร็อบเบน , โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ (คลาส แยน ฮุนเตลาร์ น.85)

สำรองไม่ได้ใช้ : มิเชล ฟอร์ม, ซานเดอร์ บอส์ชเคอร์, คาลิด บูลาห์รูซ, โยริส มาไธจ์เซ่น, เอ็ดสัน บราฟไฮด์, เดมี่ เดอ ซูว์, สไตจ์ ชาร์ส, ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท, เอลเยโร่ เอเลีย, อิบราฮิม อเฟลลาย, ไรอัน บาเบิล

ใบเหลือง : จอห์นนี่ ไฮติงก้า, เกรกอรี่ ฟาน เดอร์ วีล, ไนเจล เด ยองก์, อังเดร ออยเยอร์

บราซิล : ชูลิโอ เซซาร์, ไมค่อน, ลูซิโอ (กัปตันทีม), ฮวน, มิเชล บาสโต๊ส (จิลแบร์โต้ เมโล่ น.62), จิลแบร์โต้ ซิลวา, เฟลิเป้ เมโล่, ดาเนียล อัลเวส, กาก้า, โรบินโญ่, หลุยส์ ฟาเบียโน่ (นิลมาร์ น.77)

สำรองไม่ได้ใช้ : เอเรลโญ่ โกเมส, อเล็กซานเดอร์ โดนี่, ติอาโก้ ซิลวา, ลุยเซา, โชซูเอ้, คเลแบร์สัน, เอลาโน่, ชูลิโอ บาปติสต้า, กราฟิเต้

ใบเหลือง : มิเชล บาสโต๊ส

ใบแดง : เฟลิเป้ เมโล่
วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Netherlands 2-1 Slovakia

World cup 2010
28/06/2010







referee : Alberto Undiano Mallenco (Spain)

18' A. Robben [1 - 0]

31' A. Robben (Netherlands)(yellow card)

40' J. Kucka (Slovakia)(yellow card)

72' K. Kopunek (Slovakia)(yellow card)

84' W. Sneijder [2 - 0] M. Skrtel (Slovakia)(yellow card)

90' M. Stekelenburg (Netherlands)(yellow card) [2 - 1] R. Vittek (pen.)

"อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ ทะยานเข้าสู่รอบ8ทีมสุดท้ายสำเร็จหลังเฉือน สโลวาเกีย 2-1 โดย อาร์เยน ร็อบเบน ซัดเบิกร่องก่อนที่ เวสลี่ย์ สไนเดอร์ จะยิงปิดกล่องให้ทีม ส่วนแข้งสโลวักมาตีไข่แตกจากจุดโทษของ โรเบิร์ต วิตเท็ค ช่วงทดเจ็บ โดยขุนพนแดงกังหันลมจะเข้าไปพบบราซิลในรอบหน้า



ฟุตบอลโลก2010 รอบ16ทีมสุดท้าย
ฮอลแลนด์ 2 - 1 สโลวาเกีย

สนาม : เดอร์บัน สเตเดี้ยม, เดอร์บัน

"อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ เข้ารอบมาเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มอี ด้วยผลงานสุดยอดชนะสามเกมรวด ลงปะทะกับ สโลวาเกีย ทีมอันดับ 2 กลุ่มเอฟ ที่เข้ารอบมาได้ด้วยการมี 4 คะแนนน ซึ่งในเกมสุดท้ายของรอบแรกสามารถเฉือนเอาชนะแชมป์เก่า อิตาลี 3-2 มาได้อย่างเซอร์ไพรส์

ฮอลแลนด์ ได้รับข่าวดีเมื่อได้ อาร์เยน ร็อบเบน ปีกจรวดตัวเก่งฟิตกลับมาลงสนามเป็นตัวจริงเกมแรกในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ทำให้ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท โดนถอดออกไปนั่งสำรอง นอกนั้นกุนซือ เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ จัดทีมชุดเก่งลงครบในระบบ 4-2-3-1 โดยมี โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เป็นกองหน้าตัวเป้า และมี เวสลี่ย์ ชไนเดอร์ เป็นจอมทัพ

ด้าน สโลวาเกีย ที่ลงเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในชื่อสโลวาเกีย หลังแยกมาจากเชโกสโลวาเกียเดิม และทะลุเข้ามาในรอบ 2 ได้ กุนซือ วลาดิเมียร์ ไวส์ วาง โรเบิร์ต วิตเท็ค กองหน้าตัวเก่งที่ยิงไปแล้ว 3 ประตูในฟุตบอลโลก เป็นตัวความหวังในการทำสกอร์ ขณะที่แดนกลางมี มาเร็ค ฮัมซิค กัปตันทีมนำทัพเช่นเดิม โดยมี ยูราจ คุซก้า ลงมายืนคู่กลางแทนที่ ซเดโน่ สเตอร์บา ที่ถูกพักแข้ง

เป่านกหวีดเริ่มเกมมา 2 นาที สโลวาเกีย เกือบสร้างเซอร์ไพรส์ขึ้นนำก่อน เมื่อต่อบอลโต้กลับมา จังหวะสุดท้ายเป็น อีริค เยนดริเซ็ค ได้หวดจากกนอกกรอบเขตโทษบอลเหินออกหลังไป

นาทีที่ 7 ฮอลแลนด์ มีลุ้นครั้งแรก โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ มาได้โหม่งโล่งๆจากลูกที่ เดิร์ค เค้าท์ ตักบอลเข้ามาให้ แต่บอลดันไปถูก ราโดสลาฟ ซาบาฟนิค ที่ตามลงมาสกัดเอาไว้ได้ทัน และจังหวะต่อมา ชไนเดอร์ ก็ได้กดโล่งๆ แต่ยิงบอลบดมากไปหน่อย ทำให้ แยน มูช่า ล้มตัวรับไว้ได้สบาย

จนนาทีที่ 18 ร็อบเบน ก็มาแผลงฤทธิ์ยิงให้ ฮอลแลนด์ ขึ้นนำ 1-0 เมื่อ ชไนเดอร์ จ่ายบอลโต้กลับข้ามฝากมาให้ ร็อบเบน สปีดไปรับบอลริมเส้นผั่งขวา ก่อนโชว์ลูกเก่งเลี้ยงลากตัดเข้าในไปยิงหน้ากรอบเขตโทษด้วยซ้ายผ่านกองหลัง สโลวาเกีย ที่รู้ทั้งรู้แต่กันไว้ไม่อยู่ บอลพุ่งเสียบเสาหมดจดเข้าประตูไป เป็นประตูแรกของ ร็อบเบน ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ และเป็นลูกที่ 14 ในการเล่นทีมชาติ

หลังได้ประตูขึ้นนำนักเตะ "กังหันลม" เล่นด้วยความมั่นใจ สามารถครองเกมเอาไว้ได้หมด ไม่เปิดโอกาสให้ สโลวาเกีย เข้าไปสร้างความอันตรายได้เลย ทว่าผ่านพ้นครึ่งชั่วโมงมาได้หนึ่งนาที ผู้ตัดสิน อัลเบร์โต้ อุนเดียโน่ มาเยนโก้ ก็มาควักใบเหลืองแรกให้แก่ ร็อบเบน หลังลูกเปิดเข้ามาของ ฮัมซิค ไปโดนแขนของเจ้าตัว ทำเอา ร็อบเบน ส่ายหน้าเซ็งไม่เข้าใจผู้ตัดสิน

ช่วงท้ายครึ่งแรก ฟาน เพอร์ซี่ มาได้บอลแตะหลุดหนีกองหลังคู่แข่งเข้าไปยิง แต่ดันใจร้อนรีบยิงด้วยเท้าขวาข้างที่ไม่ถนัด ทำให้ มูช่า ป้องกันไว้ได้ง่ายๆ และจบครึ่งแรกไปด้วยการที่ ฮอลแลนด์ ออกนำ สโลวาเกีย ไปก่อน 1-0

กลับลงมาสู้กันต่อในเกมครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนตัว และแค่ 4 นาที ร็อบเบน ก็เกือบทำให้ทีมทิ้งห่างจากจังหวะคล้ายๆที่ได้ลูกแรก เมื่อ ร็อบเบน เก็บบอลที่ มาร์ติน สเคอร์เทล เตะสกัดออกมาไม่ดี ก่อนเลี้ยงตัดเข้าใน แต่งหาจังหวะยิงด้วยซ้ายไปติด มูช่า ที่ล้มตัวพุ่งป้องกันเอาไว้ได้หวุดหวิด

ถัดมาแค่นาทีเดียว กังหันลม ก็ได้เสียวอีก เมื่อ ร็อบเบน เลี้ยงจี้เข้าหาแผงหลังคู่แข่ง ก่อนไหลเรียดเข้ากลางมาให้ โยริส มาไธจ์เซ่น ที่เติมขึ้นมายิงจ่อๆไปติดเซฟของ มูช่า ที่ยังไม่ยอมพลาดเป็นครั้งที่สอง

เกมรับ สโลวาเกีย โดน ร็อบเบน ปั่นป่วนจนหัวหมุน ต้องอาศัยการเข้าทำฟาวล์ถึงจะหยุดเอาไว้ได้ และจากลูกฟรีคิกริมเส้นด้านขวา ฟาน เพอร์ซี่ กึ่งยิงกึ่งผ่านมาหน้าปากประตู แต่ มูช่า ตัดสินใจได้ดีชกบอลออกไปให้พ้นหน้าปากประตูทันที

เข็มเวลานาฬีกาเดินมาครบหนึ่งชั่วโมง นักเตะ สโลวาเกีย ยังไม่มีโอกาสได้ยิงตรงกรอบให้ มาร์เตน สเตเคเลนเบิร์ก ได้ออกแรงป้องกันประตูเลย นาทีที่ 63 ยูราจ คุซก้า ลองยิงไกลนอกกรอบอีก แต่บอลก็หลุดออกนอกกรอบไปตามเคย

จนกระทั่งนาทีที่ 67 สเตเคเลนเบิร์ก ต้องมาออกแรงติดๆกันสองคร้ง ครั้งแรกปัดลูกยิงที่ มิโรสลาฟ สต็อช เลี้ยงตัดเข้ามาอัดด้วยขวาข้ามคานไป และอีกครั้งนึงพุ่งออกมาเซฟลูกยิงของ วิตเท็ค ที่พลิกบอลเข้ามายิงเอาไว้ได้อย่างสุดยอด ช่วยให้ กังหันลม ยังไม่ถูกตีเสมอ

นาทีที่ 71 มาร์ไวค์ ทำการเปลี่ยนตัวรายแรกของเกมถอด ร็อบเบน ที่สภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ออกไปพัก และให้ เอลเยโร่ เอเลีย ลงไปสร้างความวูบวาบในเกมรุกแทน

เดิร์ค เค้าท์ มามีจังหวะได้ลองซัดไกลบ้าง เมื่อเลี้ยงเข้ายิงเต็มแรงระยะ 25 หลา บีบให้ มูช่า ต้องออกแรงทุบออกหลังไป

วิตเท็ค เกือบมาทำให้แฟนบอล กังหันลม หงายหลัง เมื่อได้บอลหลุดทะลุกับดักล้ำหน้ามาพลิกยิงโล่งๆ แต่ทำได้น่าผิดหวังส่งลูกออกข้ามคานไปไกล ทั้งๆที่กองหลัง ฮอลแลนด์ หยุดเล่นแล้วเพราะคิดว่าเป็นลูกล้ำหน้า

ฮอลลแลนด์ มาตอกตะปูลงฝาโลงใส่ สโลวาเกีย สนิท ในนาทีที่ 84 เมื่อ เค้าท์ แตะบอลหนี มูช่า ที่วิ่งออกมาป้องกัน ก่อนใจกว้างเป็นแม่น้ำไหลเข้ากลางมาให้ ชไนเดอร์ เติมขึ้นมาแปเรียดโล่งๆเข้าไป ส่งผลสกอร์บอร์ดทำงานเป็น ฮอลแลนด์ 2-0 สโลวาเกีย

ช่วงท้ายเกม ฮอลแลนด์ เน้นครองบอลไปมาฆ่าเวลาให้หมดไป เกมทำท่าจะจบลงด้วยสกอร์นี้แต่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ มาร์เตน สเตเคเลนเบิร์ก ผู้รักษาประตู ฮอลแลนด์พลาดไปรวบ โรเบิร์ต วิตเท็ค ในเขตโทษกรรมการเป่าให้เป็นจุดโทษโดยเจ้าตัวลุกขึ้นมายิงเอง แต่หลัง วิตเท็ค ซัดเข้าไปตุงตาข่ายกรรมการก็เป่านกหวีดจบเกมทันที จบเกม ฮอลแลนด์ ชนะ สโลวาเกีย ไป 2-1 เข้าไปเจอแซมบ้า บราซิลในรอบต่อไป



รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

ฮอลแลนด์ : มาร์เตน สเตเคเลนเบิร์ก, เกรกอรี่ ฟาน เดอร์ วีล, จอห์นนี่ ไฮติงก้า, โยริส มาไธจ์เซ่น, โจวานนี่ ฟาน บรองค์ฮอร์สท์ (กัปตันทีม), ไนเจล เด ยองก์, มาร์ค ฟาน บอมเมล, เวสลี่ย์ ชไนเดอร์, เดิร์ค เค้าท์, อาร์เยน ร็อบเบน , โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

สโลวาเกีย : แยน มูช่า, ปีเตอร์ เปคาริค, มาร์ติน สเคอร์เทล, แยน ดูริก้า, ราโดสลาฟ ซาบาฟนิค, ยูราจ คุซก้า, มาเร็ค ฮัมซิค , อีริค เยนดริเซ็ค , วลาดิเมียร์ ไวส์, มิโรสลาฟ สต็อช, โรเบิร์ต วิตเท็ค

ผู้ตัดสิน : อัลเบร์โต้ อุนเดียโน่ มาเยนโก้ (สเปน)
วันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Cameroon 1 - 2 Netherlands

Fifa world cup 2010
24/06/2010

referee : Pablo Pozo (Chile)





17' D. Kuyt (Netherlands)(yellow card)

25' N. N´Koulou (Cameroon)(yellow card)

36' [0 - 1] R.v. Persie

65' S. Eto´o (pen.) [1 - 1] R.v.d. Vaart (Netherlands)(yellow card)

70' G.v. Bronckhorst (Netherlands)(yellow card)

81' S. M´Bia (Cameroon)(yellow card)

83' [1 - 2] K.J. Huntelaar
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Netherlands 1 - 0 Japan

world cup
19/06/2010

วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Netherlands 2 - 0 Denmark

world cup
14/06/2010

มอเตอร์ไซค์แต่งสวยๆ

แต่งรถยนต์ รถยนต์แต่งสวย

คลับของคนรักมวยไทย

Updates Via E-Mail

Popular Posts


statistic

ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซด์ FlashSanook แฟลชเกมสนุกของคนออนไลน์


ศูนย์รวมชมรมนักแต่งรถเครื่อง รูปภาพรถแต่งสวยๆและเทคนิคการแต่งเจ๋งๆ ที่นี่ tangmocy.blogspot.com
Scoopy-i สวยลงตัว ไม่ต้องแต่งมาก แถวพระรามสาม โซนิคเขียวขาว แต่งเดิมๆ แต่ดูดีมีไสตล์ ชาลีสีดำ ไสตล์สปอร์ต แจ่มสุดๆ
Mio ออลสตาร์ โอเพ่น บอย ยากูซ่า 123 % อุบลฯ เจ๋งเป้งมากๆ Ducati M900 ปี99 สีแดง โซนิคแถวบางนา แจ่มได้ใจ