มาใหม่ล่าสุด


ติดตามดูคลิปฟุตบอลทางเฟสบุ๊ค ได้ที่หน้าแฟนเพจได้เลยนะครับ... www.facebook.com/clibfootball หรือตามลิงค์ด้านล่างครับ...เข้าไปแล้วช่วยกดไลค์ด้วยนะครับ... https://www.facebook.com/clibfootball

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สเปน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สเปน แสดงบทความทั้งหมด
วันจันทร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Netherlands 0-1 Spain

อิเนียสต้ายิง!กระทิงขวิดดัตช์ซิวแชมป์ครั้งแรก





ศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบชิงชนะเลิศ

วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม 2553

ฮอลแลนด์ 0:1 สเปน




Hilight



Netherlands 0-1 Spain (Highlights)

Ricardo | MySpace Video





Celebrations + Trophy Ceremony








ฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ เดินทางมาถึงนัดสุดส้าย รอบชิงชนะเลิศ เป็นเกมตัดสิน ฮอลแลนด์ - สเปน มีเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นผู้ชนะจะกลายเป็นทีมแชมป์โลกใหม่ลำดับที่ 8 นับตั้งแต่มีการจัดการแข่งขันครั้งแรก และอีกไฮไลท์ที่น่าสนใจคือการขับเคี่ยวกันระหว่าง เวลสลีย์ สไนจ์เดอร์ และ ดาบิด บีญ่า ที่กำลังลุ้นตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุด หลังทำได้เท่ากันอยู่ที่ 5 ประตู

ครึ่งแรก
ฮอลแลนด์ ในชุดสีส้มเป็นฝ่ายเขี่ยลูกเริ่มเล่นบุกจากขวาไปซ้าย นาทีที่ 5 เป็น สเปน ที่ได้ลุ้นก่อน จากจังหวะลูกฟรีคิกทางฝั่งขวา ชาบี เฮอร์นานเดส เปิดเข้ามาในเขตโทษ เซอร์คิโอ รามอส ได้โอกาสโขกติดเซฟ มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก ก่อนบอลจะถูกเคลียร์ออกมาได้

นาทีที่ 7 ฮอลแลนด์ ได้ลุ้นบ้าง! เซอร์จิโอ บุสเกสต์ กองกลางของสเปน จ่ายตัดเข้ากลางในจังหวะทำเกมบุกขึ้นมา เดิร์ก เคาท์ ตัดได้เร่งจังหวะยิงด้วยขวาจากนอกกรอบบอลเบาเข้าซอง อีเกร์ การ์ซิยาส

เกมค่อนข้างเร็ว! นาทีที่ 12 สเปน ขึ้นเกมบุกมาทางขวาก่อนจะมาได้ลูกเตะมุมโดย ชาบี เฮอร์นานเดส, อลอนโซ่ ผ่านบอลข้ามไปที่เสาไกล บีญ่า วอลเลย์ด้วยขวาเต็มข้อเข้าข้างตาข่าย

นาทีที่ 33 อีเกร์ การ์ซิยาส ขว้างบอลยาวออกนอกสนาม เพื่อดูอาการของ ปูโยล กองหลังเพื่อนร่วมทีม หลังทั้งคู่เข้าปะทะกันในจังหวะเข้าเล่นบอล ฮอลแลนด์ แสดงสปิริตทุ่มเข้ามาก่อนจะวางยาวจากกลางสนามกะคืนให้ สเปน เล่นต่อบอลเจ้ากรรมตกกระดอนพื้นลอยสูงเกือบเข้าประตู การ์ซิยาส ต้องปัดออกหลัง ก่อนที่ ฟาน เพอร์ซี่ จะมาเตะมุมคืนบอลให้ สเปน

ช่วงทดเจ็บ ฮอลแลนด์ ได้โอกาสลุ้นหลังตั้งรับอยู่นาน! บอลบริเวณหัวกะโหลก จ่ายออกขวา ร็อบเบน เติมขึ้นมาเล่นหาจังหวะยิงด้วยซ้ายที่เสาแรก อีเกร์ การ์ซิยาส ต้องปัดออกหลัง ผู้ตัดสินเป่าจบครึ่งแรกทั้ง 2 ทีมยังเสมอกันอยู่ 0:0

ครึ่งหลัง
เขี่ยลูกเล่นต่อครึ่งหลัง ทั้ง 2 ทีมยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่น สเปน ได้ลูกเตะมุมทางขวาในนาทีที่ 48 ชาบี เฮอร์นานเดซ เปิดมากลาง คาร์เลส ปูโยล ลอยตัวสะบัดโขกมาที่เสาสอง โจน แคปเดบิญ่า แปด้วยขวาเท้าข้างไม่ถนัดไม่โดน บอลหลุดออกหลัง

นาทีที่ 51 เคาท์ พาบอลจากกลางหน้าเขตโทษออกมาขวาจ่ายให้ อาร์เยน ร็อบเบน ลากตัดกลับเข้าในแล้วตวัดยิงด้วยซ้ายลูกถนัด อีเกร์ การ์ซิยาส ล้มตัวตะครุบบอลไว้ได้ที่โคนเสา

นาทีที่ 61 ฮอลแลนด์ ต้องได้!!! สไนจ์เดอร์ จ่ายทะลุช่องจากกลางสนามขึ้นหน้า อาร์เยน ร็อบเบน หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลตัวต่อตัวยิงติดขา กาซิยาส ออกหลังอย่างน่าเสียดาย

สเปน ต้องได้!!! (เหมือนกัน) นาทีที่ 70 จังหวะขึ้นเกมรุกมา ชาบี เฮอร์นานเดส ผ่านออกขวาให้ เฮซุส นาบาส ตัวสำรองที่เปลี่ยนลงอาศัยสปีดต้นมากระชากเข้าไปในเขตโทษ เปิดผ่านมาที่เสาสองกองหลัง ฮอลแลนด์ เสียจังหวะสกัดบอลไม่ขาดเลยมาถึง บีญ่า ได้กดเต็มข้อบอลติดบล็อกออกหลัง

อีกครั้งที่สเปน น่าจะได้ประตู จากจังหวะลูกเตะมุมทางซ้ายในนาทีที่ 77 ชาบี เฮอร์นานเดซ เปิดเข้ามากลางประตู เซอร์จิโอ รามอส พุ่งเข้ามาโขกโล่งๆ ไม่มีตัวประกบแต่กดไม่ลง บอลข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย

ทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที ยังไม่มีการทำประตู ผู้ตัดสินเป่าจบเกมปกติ ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

ครึ่งต่อเวลาพิเศษ
สเปน เขี่ยลูกเริ่มเล่นบุกจากซ้ายไปขวา นาทีที่ 95 สเปน ได้ลุ้น!! อีเนียสต้า ซึ่งเล่นได้เด่นมาสุดในเกมนี้จ่ายจากกลางสนามขึ้นหน้า เชส ฟาเบรกาส ที่ลงมาเป็นตัวสำรองช่วงครึ่งหลังสปีดไปเล่นก่อนจะยิงด้วยซ้าย มาร์เทน สเตเคเลนเบิร์ก อ่านขาดออกมาปิดทางเซฟไว้ได้ด้วยหน้าแข้ง!

นาทีที่ 101 เชส ฟาเบรกาส จ่ายออกขวาให้ บีญ่า ที่ลงมาเชื่อมเกมต่ำผ่านต่ออีกจังหวะถึง เฮซุส นาบาส ซัดด้วยขวาบอลแฉลบขากองหลัง ฮอลแลนด์ เกือบเปลี่ยนทางเข้าประตู

ฮอลแลนด์ มาเหลือผู้เล่น 10 คนในนาทีที่ 108 จอห์นนี่ ไฮติงก้า เจตนาดึง อันเดรียส อีเนียสต้า ล้มลงในจังหวะจะหลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษผูตัดสินแจกใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ ไฮติงก้า ออกจากสนาม

นาทีที่ 115 ฮอลแลนด์ ได้ลูกฟรีคิกระยะราว 35 หลา เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ รับหน้าที่สังหาร ซัดบอลแฉลบกำแพง ออกหลังแต่ไม่ได้ลูกเตะมุม

สเปน มาได้ประตูสำคัญขึ้นนำ 1:0 ในนาทีที่ 117 ตอร์เรส ซึ่งลงมาเป็นตัวสำรอง ตักจากซ้ายเข้าใน บอลโดนกองหลังฮอลแลนด์ สกัดเข้าทาง ฟาเบรกาส แทงออกขวาให้ อันเดรียส อิเนียสต้า วอลเลย์ด้วยเน้นๆ ส่งบอลกองก้นตาข่ายอย่างสวยงาม เป็นประตูชัย ช่วยให้ สเปน เอาชนะ ฮอลแลนด์ คว้าแชมป์มาครองอย่างยิ่งใหญ่ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์จากการผ่านเข้าชิงฯครั้งแรก


0-1 Iniesta 116' // Download


Netherlands 0-1 Spain

Simão | MySpace Video



วันพุธที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Germany 0-1 Spain

"กระทิงดุ" สเปน ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรก หลังจากที่เฉือนเอาชนะ "อินทรีเหล็ก" เยอรมัน 1-0 การ์เลส ปูโยล รับบทฮีโร่ โขกประตูชัย ศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบรองชนะเลิศ เมือ่คืนที่ผ่านมา



ฟุตบอลโลก 2010 รอบรองชนะเลิศ
เมื่อวันพุธที่ 7 กรกฎาคม 2553
เยอรมัน 0 - 1 สเปน

Hilight

Germany 0-1 Spain Highlights

Footy | MySpace Video



สนาม : เดอร์บัน สเตเดี้ยม (เดอร์บัน)



ทีมชาติเยอรมัน แชมป์ฟุตบอลโลก 3 สมัยปี 1954, 1974, 1990 ลงสนามปะทะ สเปน แชมป์ยูโร 2008 ที่ยังไม่เคยได้แชมป์เวิลด์ คัพ โดยเกมรอบรองชนะเลิศ บอลโลก 2010 คู่นี้เตะกันที่เดอร์บัน สเตเดี้ยม ในเมืองเดอร์บัน ถือเป็นการกลับมาเจอกันอีกครั้ง หลังจากสองยักษ์ใหญ่จากยุโรปพบกันในยูโร 2008 รอบชิงชนะเลิศ ซึ่ง ทีมกระทิงดุคว้าชัย 1-0 จากประตูของ เฟร์นานโด ตอร์เรส ซึ่งเขาเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์ในวันนั้น และสำหรับผู้ชนะคู่นี้ จะผ่านเข้าไปเจอ ฮอลแลนด์ ในนัดชิงชนะเลิศที่โจฮันเนสเบิร์ก วันอาทิตย์ 11 กรกฎาคม ส่วนผู้แพ้จะชิงอันดับ 3 กับ อุรุกวัย วันเสาร์ 10 กรกฎาคมที่พอร์ท เอลิซาเบ็ธ

โยอัคคิม เลิฟ เทรนเนอร์เยอรมันที่สวมเสื้อคอวีสีน้ำเงิน เสื้อนำโชคซึ่งเขาใส่แล้วทีมชนะทุกนัด จัดการส่ง พิโอเตอร์ โทรชอฟสกี้ เล่นแทน โธมัส มุลเลอร์ ดาวรุ่งวัย 20 ปีที่ทำไปแล้ว 4 ประตู แต่เขาไม่สามารถลงเล่นนัดนี้ได้ เนื่องจากติดโทษแบน ขณะที่ ซามี่ เคดิร่า มิดฟิลด์หายเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาขวาลงเล่นได้ และ มิโรสลาฟ โคลเซ่ กองหน้าตัวหลักยิงในฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายไปแล้ว 14 ประตู ขาดเพียงประตูเดียวจะทำสถิติเท่ากับ โรนัลโด้ อดีตศูนย์หน้าทีมชาติบราซิลที่ทำไว้ 15 ประตู ทางด้าน บิเซนเต้ เดล บอสเก้ กุนซือสเปนดร็อป เฟร์นานโด ตอร์เรส เป็นตัวสำรอง แล้วส่ง เปโดร โรดริเกซ ลงเล่น โดยมี ดาบิด บีย่า เป็นกองหน้าตัวหลัก และเขายิงไปแล้ว 5 ประตู นำดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2010 ร่วมกับ เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ สตาร์ฮอลแลนด์เวลานี้

เกมครึ่งแรก ผ่านไปเพียง 4 นาที ขณะที่นักเตะทั้งสองทีมกำลังแข่งขัน ได้มีแฟนบอลผู้ชายรายหนึ่งที่สวมเสื้อที-เชิร์ตสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงยีนส์ และถือแตรวูวูเซล่า วิ่งลงมาในสนาม ทำให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยต้องช่วยกันพาตัวออกไป จากนั้นทั้งสองทีมเตะกันต่อ และนาทีที่ 5 สเปนมีลุ้นที่จะได้ประตู เมื่อ เปโดร โรดริเกซ ผ่านบอลแม่นยำให้ ดาบิด บีย่า ยิงไปติด มานูเอล นอยเออร์ นายทวารที่วิ่งออกจากเส้นประตูเข้ามาบล็อคได้ทันเวลา

ทั้งสองทีมต่อบอลกันกลางสนามเป็นส่วนใหญ่ และแล้วนาที 14 โอกาสเป็นของทีมกระทิงดุอีกครั้ง อันเดรส อิเนียสต้า โยนบอลจากกรอบเขตโทษฝั่งขวามาเข้าหัว การ์เลส ปูโญล เซนเตอร์ฮาล์ฟขึ้นโหม่งข้ามคาน โดยนาทีต่อมา เยอรมันโต้กลับเร็ว เมซุต โอซิล เปิดลูกเตะมุมจากทางฝั่งขวา บอลไซด์โค้งมาที่หน้าประตู อิเกร์ กาซิยาส นายทวารกัปตันทีมเซฟไว้ได้

นาที 19 เซร์คิโอ รามอส แบ็กขวาสเปนซัลโวจากบริเวณกรอบเขตโทษ บอลเหินข้ามคานออกไป โดยทัพกระทิงดุยังเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า ขณะที่อินทรีเหล็กใช้จังหวะสวนกลับเร็วที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลุ้นทำประตู

จากนั้นนาที 27 เซร์คิโอ รามอส ไปย่ำเข้าที่ข้อเท้าซ้ายของ ลูคัส โพดอลสกี้ จนได้รับบาดเจ็บ โดย รามอส ไม่โดนใบเหลืองแต่อย่างใด และหลังจากได้รับการปฐมพยาบาล โพดอลสกี้ กลับมาเล่นต่อไปได้

สเปนแม้ครองบอลมากกว่า แต่ยังเจาะกองหลังเยอรมันเข้าไปทำประตูไม่ได้ ต้องใช้วิธีซัลโวระยะไกล นาที 30 ชาบี อลอนโซ่ ยิงเท้าขวาระยะไกล 30 หลาไม่เข้ากรอบ

เยอรมันเริ่มเดินเกมรุกได้มากกว่า พิโอเตอร์ โทรชอฟสกี้ ได้ยิงไกล 30 หลา นาที 32 ติด อิเกร์ กาซิยาส นายทวารกัปตันทีมปัดบอลออกเส้นหลังไปได้

ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก ทั้งสองทีมต่างมีโอกาสลุ้นทำประตู เปโดร โรดริเกซ ปีกซ้ายสเปนยิงไกลติด นอยเออร์ เซฟไว้ได้นาที 47 และนาทีต่อมา เซร์คิโอ รามอส เสียบเข้าที่ข้อเท้าของ เมซุต โอซิล ในกรอบเขตโทษ แต่ผู้ตัดสิน วิคเตอร์ คาสไซ จากฮังการีไม่ได้เป่าให้เยอรมันได้ลูกจุดโทษแต่อย่างใด จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมเสมอกัน 0-0

ครึ่งหลัง สเปน เดินหน้าบุกเข้าใส่นาที 48 เมื่อ เปโดร ลุยขึ้นมาทางฝั่งขวาก่อนจะไหลเข้ากลางให้ ชาบี อลอนโซ่ ซัดด้วยขวาแต่บอลพุ่งหลุดกรอบออกหลัง

2 นาทีต่อมาแฟนกระทิงดุเกือบได้เฮอีกครั้งจากจังหวะที่ ชาบี เอร์นานเดซ ไหลบอลให้ ชาบี อลอนโซ่ ตะบันด้วยซ้ายแต่บอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย

สเปน ยังคงดาหน้าบุกเข้าใส่นาที 55 เมื่อ อลอนโซ่ ไหลบอลให้ ดาบิด บีย่า ยิงด้วยขวาจากหน้าเขตโทษแต่บอลไม่เข้ากรอบ

กระทิงดุน่าจะได้ประตูอีกครั้งในนาที 58 จากจังหวะที่ อิเนียสต้า ลุยเข้าไปในเขตโทษก่อนจะเปิดไปเสาสอง บีย่า พยายามเข้าชาร์จแต่ไม่ทันบอลผ่านหน้าประตูออกไปอย่างน่าเสียดาย

เยอรมัน พยายามหาโอกาสบุกนาที 60 กองหลัง สเปน โหม่งสกัดบอลมาเข้าทาง มิโรสลาฟ โคลเซ่ เอี่ยวตัววอลเลย์แต่บอลข้ามคาน

สเปน ยังคงบุกได้น่ากลัวนาที 63 ชาบี อลอนโซ่ โยนบอลโค้งเข้าไปในเขตโทษให้ เซร์คิโอ รามอส ทะลุเข้าไปแต่จังหวะสุดท้ายถูก ลูคัส โพดอลสกี้ เสียบล้มลงไปแต่ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไร

เยอรมัน ลงมาตั้งรับกันอย่างเหนี่ยวแน่นนนาที 67 เป็น ดาบิด บีย่า ฉีกออกไปรับบอลริมเส้นก่อนจะได้ยิงในเขตโทษแต่ นอยเออร์ ยังล้มตัวรับได้ทัน

อินทรีเหล็กสวนกลับนาที 69 จากจังหวะที่ ลูคัส โพดอลสกี้ หลุดมาทางฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดบอลมาเสาสองให้ โทนี่ โครส ตัวสำรองยิงเน้นๆ แต่ กาซียาส ยังไม่พลาดพุ่งปัดออกหลังได้ทัน

สเปน มาได้ประตูนำ 1-0 ในนาที 73 จากลูกเตะมุม ชาบี เอร์นานเดซ โยนบอลเข้าไปหน้าประตูเป็น การ์เลส ปูโยล ลอยตัวมาโขกผ่านมือ มานูเอล นอยเออร์ เข้าไปตุงตาข่าย

0-1 Puyol 73' // Download

Germany 0-1 Spain

Simão | MySpace Video


ช่วงท้ายเกม อินทรีเหล็ก บุกหนักแต่ก็ทำอะไรไม่ได้จบเกม สเปน เอาชนะ เยอรมัน 1-0 กระทิงดุ เข้าไปชิงชนะเลิศกับ ฮอลแลนด์ ในวันที่ 11 กรกฎาคม ส่วน อินทรีเหล็ก ต้องไปชิงอันดับ 3 กับ อุรุกวัย ในวันที่ 10










วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Paraguay 0 - 1 Spain

ดาบิด บียา เป็นฮีโรซัดประตูชัยนาที 82 ช่วยให้ "กระทิงดุ" สเปน เฉือนเอาชนะ ปารากวัย 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกไปพบกับ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบก่อนรองชนะเลิศ
ปารากวัย 0-1 สเปน

hilight

Highlights Paraguay vs Spain

Perry | MySpace Video



ศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ รอบก่อนรองชนะเลิศ คู่ระหว่าง ปารากวัย พบกับ สเปน ที่สนามเอลลิส พาร์ค ในเมืองโจฮันเนสเบิร์ก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดย เคราร์โด มาร์ติโน โค้ชปารากวัย มีการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นถึง 6 คนจากเกมนัดที่แล้วและเปลี่ยนจากระบบ 4-3-3 มาเล่น 4-4-2 แทน เนลสัน วัลเดซ ยืนหน้าคู่กับ ออสการ์ คาร์โดโซ ทางฝั่ง บีเซนเต เดล บอสเก กุนซือสเปน ใช้ผู้เล่นชุดเดิม เฟร์นานโด ตอร์เรส ยืนหน้าเป้า มี ดาบิด บียา และ อันเดรส อิเนียสตา ทำเกมริมเส้น
เปิดฉากครึ่งแรกไม่ถึงนาที ปารากวัย ได้ทักทายก่อนจากจังหวะที่ เนลสัน วัลเดซ จ่ายบอลให้ โจนาธาน ซานตานา หลุดขึ้นมายิงบริเวณกรอบเขตโทษบอลไปตรงตัว อีเคร์ กาซิยาส รับเข้าซอง แต่หลังจากนั้นทั้งสองทีมเล่นกันอย่างระมัดระวังจนมีโอกาสลุ้นทำประตูคู่แข่งไม่มากนัก

โดย สเปน เป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่า แต่เจอความเหนียวแน่นของแนวรับ ปารากวัย จนลุ้นยิงประตูแบบชัดเจนไม่ได้ ต้องรอกระทั่งนาที 28 จึงมาได้โอกาสแบบใกล้เคียงที่สุดเมื่อ ชาบี อลอนโซ ตัดบอลได้จากคู่แข่ง ก่อนจ่ายมาให้ ชาบี เฮอร์นานเดซ กลับตัววอลเลย์บริเวณหน้าเขตโทษข้ามคานออกไปนิดเดียว

เกมดำเนินไปแบบอึดอัดจนเข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้าย ปารากวัย เกือบเป็นฝ่ายทำประตูออกนำจากจังหวะฟรีคิกทางกราบขวา ก่อนที่ วัลเดซ จะได้บอลในเขตโทษแบบไม่มีใครประกบแล้วซัดสวนตัว กายิซาส ตุงตาข่าย แต่ถูกผู้กำกับเส้นยกธงล้ำหน้า เนื่องจาก ออสการ์ คาร์โดโซ ล้ำหน้าจังหวะก่อนหน้านี้ สุดท้ายจบ 45 นาทีแรกทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 0-0

เกมครึ่งหลัง สเปน มาพลาดเสียจุดโทษเมื่อเกมผ่านมาถึงนาที 57 เมื่อ เคราร์ด ปีเก ไปดึงแขน คาร์โดโซ ล้มลงในเขตโทษ ก่อนที่ คาร์โดโซ จะลุกขึ้นมารับหน้าที่สังหารเอง แต่ปรากฎว่า กาซิยาส เดาถูกทางสามารถล้มตัวรับได้ทำให้ "กระทิงดุ" ยังไม่ตกเป็นฝ่ายตามหลังก่อน


อีก 2 นาทีถัดมา เป็นทาง สเปน ที่มาได้จุดโทษบ้างจากการที่ ดาบิด บียา ถูก อันโตลิน อัลคาราซ ชนล้มลงในเขตโทษและ อลอนโซ รับหน้าที่สังหาร มิดฟิลด์รีล มาดริด ยิงครั้งแรกส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายเรียบร้อยไป แต่กรรมการมองว่ามีเพื่อนร่วมทีมวิ่งเข้ามาในกรอบเขตโทษก่อนจึงให้ยิงใหม่ และครั้งที่สอง อลอนโซ ดันยิงไปติดเซฟ ยุสโต บียาร์ พลาดทำสกอร์ออกนำไป

หลังจากพลาดโอกาสทำประตูลูกทีมของ เดล บอสเก เดินหน้าทำเกมบุกต่อ มาถึงนาที 64 ในจังหวะโต้กลับเร็ว อันเดรส อิเนียสตา ได้สับไกด้วยขวาบริเวณเส้นเขตโทษถูก บียาร์ พุ่งปัดทิ้งออกหลังไป หลังจากนั้นนาที 74 กองหลังปารากวัยเคลียร์บอลไม่ขาด บอลกระดอนมาเข้าทาง ชาบี ตะบันจากนอกเขตโทษหลุดเสาสองออกไปนิดเดียว

กระทั่งนาที 82 ความพยายามของ สเปน ก็มาประสบผลสำเร็จจากจังหวะที่ อิเนียสตา กระชากบอลขึ้นมาหน้าเขตโทษ ก่อนจ่ายให้ เปโดร ตัวสำรองที่ลงมาในช่วงครึ่งหลัง ซัดจังหวะแรกไปชนเสา แต่บอลยังมาเข้าทาง บียา ตามซ้ำดาบสองไม่พลาดให้แชมป์ยูโร 2008 ขยับสกอร์ออกนำ 1-0

0-1 David Villa 83' // Download


Paraguay 0-1 Spain

Perry | MySpace Video



ช่วง 5 นาทีสุดท้ายทั้งสองทีมมีโอกาสลุ้นประตูฝั่งละครั้ง โดย ปารากวัย ได้ลุ้นจากสองกองหน้าตัวสำรอง ลูคัส บาร์ออส และ โรเก ซานตา ครูซ แต่ทั้งสองคนยิงไปติดเซฟ กาซิยาส ส่วน สเปน มาได้ลุ้นจาก บียา อีกครั้ง แต่ดาวยิงบาร์เซโลนาซัดไม่ผ่านมือนายด่านคู่แข่งเช่นกัน สุดท้ายไม่มีฝ่ายใดทำประตูเพิ่มได้จบ 90 นาที สเปน เฉือนชนะไป 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือกไปพบกับ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ในวันที่ 7 กรกฎาคมนี้

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
ปารากวัย : ยุสโต บียาร์, ดาริโอ เวรอน, อันโตลิน อัลคาราซ, เปาโล ดา ซิลวา, เคลาดิโอ โมเรล โรดริเกซ, คริสเตียน ริเวรอส, วิคเตอร์ คาเซเรส, เอดการ์ บาร์เรโต, โจนาธาน ซานตานา, เนลสัน วัลเดซ, ออสการ์ คาร์โดโซ
สเปน : อีเคร์ กาซิยาส, เซร์คิโอ รามอส, คาร์เลส ปูโยล, เคราร์ด ปีเก, โจน คัพเดบียา, ชาบี, เซร์คิโอ บุสเกตส์, ชาบี อลอนโซ, อันเดรส อิเนียสตา, ดาบิด บียา, เฟร์นานโด ตอร์เรส
ออสการ์ คาร์โดโซ่ ยิงจุดโทษไปติดเซฟของ อีเกร์ กาซียาส





ชาบี อลอนโซ่ ซัดจุดโทษพลาดไปโดน ฮุสโต้ วีย่าร์ เซฟไว้ได้เช่นกัน



ดาบิด บีย่า ซัดประตูชัยให้ กระทิงดุ ชนะ 1-0 ทะลุรอบตัดเชือก


วันพฤหัสบดีที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Spain 1-0 Portugal

ดาบิด บีญา ซัดประตูชัยให้ สเปน ขวิดเอาชนะ โปรตุเกส 1-0 ฉลุยเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ ไปพบกับ ปารากวัย ที่ดวลจุดโทษเบียด ญี่ปุ่น 5-3




ผลฟุตบอลโลก 2010 รอบ 16 ทีมสุดท้าย
สเปน 1-0 โปรตุเกส


Spain 1-0 Portugal (Highlights)

Simão | MySpace Video




บิเซนเต เดล บอสเก สามารถจัดทัพ “กระทิงดุ” สเปน ชุดใหญ่ลงสนามเมื่อได้ ชาบี อลอนโซ ฟิตกลับมาตัดเกมแดนกลาง ส่วนแนวรุกดัน อันเดรส อิเนียสตา เป็น 3 ประสานร่วมกับ เฟร์นานโด ตอร์เรส และ ดาบิด บีญา ด้าน คาร์ลอส เคยรอซ วางหมาก “ฝอยทอง” โปรตุเกส เล่นอย่างรัดกุมใช้ เปเป คอยทำลายเกมคู่แข่งอยู่หน้าแผงหลัง ราอูล เมราเลส เดินเครื่องร่วมกับ ติอาโก เมนเดส ขณะที่ ซิเมา ซาโบรซา ถูกส่งลงมากระชากเกมทางริมเส้นกับ คริสเตียโน โรนัลโด เพื่อลุ้นเปิดบอลให้ ฮูโก อัลเมดา หัวหอกตัวเป้าลุ้นใส่สกอร์

เริ่มเกมการแข่งขันไม่ถึงนาที สเปน ทำเกมบุกใส่ โปรตุเกส ทันทีและก็เกือบจะมีเฮเมื่อ เฟร์นานโด ตอร์เรส พลิกหนี ริคาร์โด คอสตา ก่อนปั่นด้วยขวาร้อนถึง เอดูอาร์โด ต้องเหินปัดบอลสุดปลายมือออกมา ยังเป็น “กระทิงดุ” ที่ครองเกมบุกเข้าหา ดาบิด บีญา ลองยิงไกล นายทวารโปรตุกีสมีงานให้ทำอีกครั้งแต่ก็ยังป้องกันไว้ได้ นาทีที่ 6 กองเชียร์สเปนพยายามร้องเอาจุดโทษเมื่อ ตอร์เรส ลากจี้เข้ากรอบโทษด้านซ้ายโดน ฟาบิโอ โคเอนเตรา บังทางจนล้มไป ทว่า เฮคเตอร์ บัลดาสซี เชิ้ตดำจากอาร์เจนตินาไม่ได้เป่านกหวีดยาวแต่อย่างใด ถัดมา บีญา อาศัยความเร็วกระชากไปยิงมุมแคบ เอดูอาร์โด ปิดมุมป้องกันได้ดี

สเปน ยังได้โอกาสเป็นชุดๆ ชาบี เอร์นานเดซ ใช้ลูกสูตรที่ซ้อมกันมาจ่ายลูกเตะมุมสั้นให้ ตอร์เรส ตวัดยิงเร็วบอลข้ามมือ เอดูอาร์โด แต่ก็เหินข้ามคานไป ผ่าน 15 นาที โปรตุเกส ได้ลุ้นบ้างจากฟรีคิกระยะ 35 หลา คริสเตียโน โรนัลโด ปั่นไปให้ อีเคร์ คาซิยาส รับบอลติดหนึบ ห้านาทีถัดมา “ฝอยทอง” เกือบเป็นฝ่ายออกนำ ติอาโก เมนเดส ได้กระหน่ำด้วยขวาเต็มข้อจากนอกกรอบ คาซิยาส ปัดบอลลอยขึ้นฟ้า ฮูโก อัลเมดา ทะยานขึ้นโหม่งแต่ คาซิยาส ยังไวกระโดดชกบอลทิ้งได้อย่างหวุดหวิดที่สุด จังหวะของเกมเริ่มมาเข้าทาง โปรตุเกส บ้างแล้ว โรนัลโด ได้ทดลองฟรีคิกระยะกว่า 35 หลา “จาบูลานี” พุ่งส่ายทำให้ คาซิยาส ได้แค่ชกทิ้งออกมาเท่านั้น ปลายครึ่งแรก ราอูล เมราเลส เปิดบอลจากกราบซ้าย อัลเมดา กระโดดขวิดโดนแค่ถากๆ ทำให้บอลไม่เข้ากรอบ จบ 45 นาทีแรก สกอร์ยังอยู่ที่ 0-0

ลุยต่อครึ่งหลัง สเปน ไม่รอช้าเดินเครื่องลุยแหลก แต่ยังได้แต่เปิดบอลฉวัดเฉวียนหน้าประตูคู่แข่งโอกาสจะๆ ยังไม่มีให้เห็นมากนัก ผิดกลับ โปรตุเกส ใช้เกมโต้กลับเกือบสัมฤทธิ์ผล อัลเมดา ลากเข้าไปเกือบสุดเส้นหลังฝั่งซ้ายตบเข้ากลางกะให้ โรนัลโด ชาร์จจ่อๆ แต่บอลแฉลบเท้า คาร์เลส ปูโยล บอลกระดอนพื้นเกือบเข้าประตูตัวเองเหมือนกัน หนึ่งชั่วโมงพอดี “กระทิงดุ” ถอดเอา ตอร์เรส ออกมาพร้อมกับให้ เฟร์นานโด ยอเรนเต ลงไปลุ้นสกอร์แทน ขณะที่ “ฝอยทอง” ก็ปรับแท็คติกเช่นกันให้ แดนนี ลงมาเสริมเกมรุกดึงตัวเป้าอย่าง อัลเมดา ออกมาและขยับ โรนัลโด ไปยืนสูงกว่าเก่า ไม่นานการปรับของ บิเซนเต เดล บอสเก เกือบได้ผล ยอเรนเต พุ่งโหม่งลูกเปิดจากกราบของเพื่อนให้ เอดูอาร์โด ได้เซฟ ถัดมา สเปน มีลุ้นอีกครั้ง บีญา ลากตัดจากซ้ายเข้ามายิงด้วยขวาบอลโค้งผ่านมือ เอดูอาร์โด แต่ก็ผ่านเฉียดเสาไปเช่นกัน

บี้อยู่นานในที่สุดนาทีที่ 63 “กระทิงดุ” ก็ขวิดนำ 1-0 จนได้ อันเดรส อิเนียสตา จ่ายเข้ากรอบโทษให้ ชาบี เอร์นานเดซ ดีดส้นต่อ บีญา หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายติดขา เอดูอาร์โด กระเด้งมาเข้าทางให้ บีญา แปด้วยขวาบอลพุ่งกระแทกคานล่างเข้าประตูไป ทำให้เขายิงเพิ่มเป็น 4 ประตู นำดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2010 ร่วมกับ กอนซาโล อิกัวอิน (อาร์เจนตินา) และ โรเบิร์ต วิทเท็ค (สโลวาเกีย)


จังหวะการทำประตูของบีย่าพากระทิงดุขึ้นนำ 1-0






พอเสียประตูไป โปรตุเกส อยู่เฉยไม่ได้ต้องเดินเกมรุกบ้าง แต่เกือบโดนจังหวะสวนกลับของคู่แข่งเล่นงาน เซร์คิโอ รามอส หักเข้าในยิงด้วยซ้าย เอดูอาร์โด ยังปัดปลายมือพ้นเสาไกลไปได้ จากนั้น คาร์ลอส เคยรอซ ขยับเปลี่ยนไพ่ 2 ใบสุดท้ายอย่าง เปโดร เมนเดส และ เลียดสัน ลงมาแทน เปเป กับ ซิเมา ซาโบรซา เข้าสู่ช่วง 15 นาทีสุดท้าย บีญา โต้ขึ้นมาได้ยิงอีกครั้งแต่คราวนี้ไม่ผ่านมือนายด่านโปรตุกีส ท้ายเกม โปรตุเกส พยายามฮึดเฮือกสุดท้ายทว่าไม่เป็นผลแถม ริคาร์โด คอสตา ยังมาโดนไล่ออกจากการใช้มือปัดเข้าที่หน้า โจน คัพเดบีญา ครบ 90 นาที สเปน ประคองตัวเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศเจอกับ ปารากวัย ต่อไป

รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
สเปน : อีเคร์ คาซิยาส , เซร์คิโอ รามอส , คาร์เลส ปูโยล , เคราร์ด ปิเก , โจน คัพเดบีญา , ชาบี อลอนโซ , เซร์คิโอ บุสเกตส์ , ชาบี เอร์นานเดซ , อันเดรส อิเนียสตา , เฟร์นานโด ตอร์เรส , ดาบิด บีญา

โปรตุเกส : เอดูอาร์โด , ริคาร์โด คอสตา , บรูโน อัลเวส , ริคาร์โด คาร์วัลโญ , ฟาบิโอ โคเอนเตรา , เปเป , ติอาโก เมนเดส , ราอูล เมราเลส , ซิเมา ซาโบรซา , ฮูโก อัลเมดา , คริสเตียโน โรนัลโด
วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Chile 1-2 Spain

world cup 2010
25/06/2010



0-1



0-2



1-2





15' G. Medel (Chile)(yellow card)

20' W. Ponce (Chile)(yellow card)

21' M. Estrada (Chile)(yellow card)

25' [0 - 1] D. Villa

37' [0 - 2] A. Iniesta

38' M. Estrada (Chile)(Two yellow card) (Red card)

47' R. Millar [1 - 2]
วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Spain 2 - 0 Honduras

วันพุธที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Spain 0-1 Switzerland

world cup
16/06/2010

มอเตอร์ไซค์แต่งสวยๆ

แต่งรถยนต์ รถยนต์แต่งสวย

คลับของคนรักมวยไทย

Updates Via E-Mail

Popular Posts


statistic

ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซด์ FlashSanook แฟลชเกมสนุกของคนออนไลน์


ศูนย์รวมชมรมนักแต่งรถเครื่อง รูปภาพรถแต่งสวยๆและเทคนิคการแต่งเจ๋งๆ ที่นี่ tangmocy.blogspot.com
Scoopy-i สวยลงตัว ไม่ต้องแต่งมาก แถวพระรามสาม โซนิคเขียวขาว แต่งเดิมๆ แต่ดูดีมีไสตล์ ชาลีสีดำ ไสตล์สปอร์ต แจ่มสุดๆ
Mio ออลสตาร์ โอเพ่น บอย ยากูซ่า 123 % อุบลฯ เจ๋งเป้งมากๆ Ducati M900 ปี99 สีแดง โซนิคแถวบางนา แจ่มได้ใจ