มาใหม่ล่าสุด


ติดตามดูคลิปฟุตบอลทางเฟสบุ๊ค ได้ที่หน้าแฟนเพจได้เลยนะครับ... www.facebook.com/clibfootball หรือตามลิงค์ด้านล่างครับ...เข้าไปแล้วช่วยกดไลค์ด้วยนะครับ... https://www.facebook.com/clibfootball

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บราซิล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บราซิล แสดงบทความทั้งหมด
วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

Netherlands 2 - 1 Brazil

เหล่าบรรดาแฟนบอลบราซิล มีอันต้องซึมกันเป็นแถบ หลังจากที่แซมบ้าได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 ในครึ่งแรกจากผลงานของ โรบินโญ่ แต่ว่าเมื่อกลับมาเล่นในครึ่งหลัง ฮอลแลนด์ กลับมาโชว์ฟอร์มดีไล่ยิงทีเดียว 2 ลูกรวดจากการทำเข้าประตูตัวเองของ เฟลิเป้ เมโล่ และลูกโขกเผาขนของ เวสลี่ย์ สไนเดอร์ ช่วยให้ ดัตช์แมน ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2010 เมื่อคืนที่ผ่านมา






บอลโลก 2010


รอบ 8 ทีมสุดท้าย


วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม 2553


บราซิล 1 - 2 ฮอลแลนด์

สนาม : เนลสัน แมนเดล่า เบย์ สเตเดี้ยม, พอร์ท เอลิซาเบท



เกมคู่แรกของรอบแปดทีมสุดท้ายเป็นเกมซูเปอร์อภิมหาบิ๊กแมตช์ระหว่าง บราซิล แชมป์โลก 5 สมัย ที่ถล่มสอนบอล ชิลี 3-0 มาในเกมที่แล้ว ปะทะ ฮอลแลนด์ ที่ชนะมา 4 เกมรวดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ และยังเป็นการเจอกันครั้งแรกของทั้งสองชาติในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย นับตั้งแต่ 12 ปีก่อนที่ บราซิล ดวลจุดโทษชนะ ฮอลแลนด์ ไปได้ในรอบตัดเชือกในศึก ฟร้องซ์ 98 ซึ่ง ดุงก้า กุนซือทีม "แซมบ้า" คนปัจจุบันเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิงจุดโทษเข้าไปในเกมนั้น ขณะที่ฝั่ง ฮอลแลนด์ ก็มี แฟร้งค์ เดอ บัวร์ ผู้ช่วยของ เบิร์ต ฟาน มาร์ไวค์ เป็นหนึ่งในนักเตะในเกมนั้นด้วย

"กังหันลม" ฮอลแลนด์ ปรับทัพแค่ตำแหน่งเดียวคือส่ง อังเดร ออยเยอร์ กองหลังจอมเก๋าลงมาแทน โยริส มาไธจ์เซ่น ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บเข่าก่อนเริ่มเกมไม่กี่นาที นอกนั้นยึดชุดเดิมทั้งหมด นำทัพมาโดย อาร์เยน ร็อบเบน และ เวสลี่ย์ สไนเดอร์ สองขุนพลตัวเก่งที่ทำประตูได้ในเกมที่แล้ว

ด้าน บราซิล ที่วันนี้มาในชุดสีน้ำเงินเป็นครั้งแรกในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ได้ เฟลิเป้ เมโล่ กลับมายืนเป็นตัวคุมเกมคู่กับ จิลแบร์โต้ ซิลวา แต่ยังขาด เอลาโน่ ที่อาการบาดเจ็บกระดูกเท้าขวายังไม่ทุเลาลง ที่เหลือจัดทัพชุดใหญ่เต็มสตีม

เริ่มเกมมาเป็น บราซิล ที่ไม่พูดพล่ำทำเพลง เปิดฉากเดินเกมบุกใส่ทันที และเพียงนาทีที่ 8 ก็สามารถส่งบอลเข้าไปตุงตาข่ายได้สำเร็จจากการยิงของ โรบินโญ่ แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินจากแดนอาทิตย์อุทัยกลับยกธงเป็นลูกล้ำหน้าไปในจังหวะก่อนหน้านี้ที่ โรบินโญ่ ทำชิ่งกับ ดาเนียล อัลเวส แล้ว ทำเอานักเตะบราซิลเฮดีใจเก้อ

ทว่าถัดมาอีกแค่ 2 นาที บราซิล ก็มาขึ้นนำได้สำเร็จ จากการจ่ายบอลทะลุแผงหลัง "กังหันลม"มาทั้งแผงของ เมโล่ มาให้ โรบินโญ่ หลุดไปดวลเดี่ยวก่อนยิงสวนผ่าน มาร์เตน สเตเคเลนเบิร์ก เข้าไปตุงตาข่ายนิ่มๆ ส่งผลให้ บราซิล ขึ้นนำ 1-0


จังหวะการหลุดเข้าไปทำประตูของโรบินโญ่พาแซมบ้าขึ้นนำไปก่อน





ฮอลแลนด์ เริ่มเขี่ยลูกเล่นเกมขึ้นมาใหม่ได้นาทีเดียว เดิร์ค เค้าท์ ทำให้ กังหันลม มีลุ้นครั้งแรก เมื่อเลี้ยงตัดจากซ้ายเข้ามาก่อนตั้งป้อมอัดไกลนอกกรอบบีบให้ ชูลิโอ เซซาร์ ต้องทุบออกหลังไป

นาทีที่ 14 ยูอิจิ นิชิมูระ ผู้ตัดสินจาก ญี่ปุ่น มาควักใบเหลืองแรกของเกมให้แก่ จอห์นนี่ ไฮติงก้า ที่เข้าไปอัด หลุยส์ ฟาเบียโน่ จนคว่ำ

นักเตะ "เซเลเซา" ยังครองบอลเดินเกมบุกได้ดีกว่าคู่แข่ง และเกือบมาได้จากลูกที่ อัลเวส ตวัดเข้ากลางมาให้ ฮวน กองหลังเติมขึ้นมายิงข้ามคานออกไป

ผ่านมาถึงครึ่งชั่วโมงของเกมพอดี กาก้า น่าจะเบิกสกอร์แรกของตัวเองในฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้สำเร็จ จากการขึ้นเกมมาของ โรบินโญ่ ที่แหวกผ่านนักเตะ ฮอลแลนด์ มาสองคน ก่อนปาดเรียดเข้ากลางมา ฟาเบียโน่ ตอกส้นกลับให้ กาก้า แต่งหาจังหวะปั่นไซด์นอกกรอบ บอลกำลังจะหมุดลงเข้าไป แต่ สเตเคเลนเบิร์ก บินปัดออกได้อย่างยอดเยี่ยม

นาทีที่ 35 สไนเดอร์ มาได้ยิงฟรีคิกไกล แต่บอลพุ่งไปตรงตัว เซซาร์ ที่ยืนถูกตำแหน่ง และ มิเชล บาสโต๊ส ก็มาโดนใบเหลืองเป็นคนที่สองของเกม เมื่อไปทำฟาวล์ ร็อบเบน บริเวณริมเส้นฝั่งซ้าย ทำเอา ดุงก้า ที่ยืนลุ้นลูกทีมอยู่ข้างสนามโวยลั่นไม่เห็นด้วย

ช่วงท้ายครึ่งแรกยังเป็นฝ่าย บราซิล ที่มามีลุ้นอีกครั้งจากการเติมขึ้นมายิงของ ไมค่อน ที่วิ่งเข่ามาอัดเต็มแรงไปเข้าข้างตาข่าย และจบครึ่งแรกไปด้วยการที่ บราซิล ออกนำ ฮอลแลนด์ 1-0

น.50 ฮอลแลนด์ ได้ลุ้นในครึ่งหลังเมื่อ เวสลี่ย์ สไนเดอร์ ได้ซัดด้วยขวาจากหน้ากรอบโทษแต่บอลหลุดกรอบออกไป

น.53 อัศวินสีส้ม ตามตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะที่ เวสลี่ย์ สไนเดอร์ เปิดบอลเข้าไปในกรอบโทษ เฟลิเป้ เมโล่ โหม่งสกัดพลาดบอลเข้าประตูตัวเองเป็น 1-1

การเปิดของ เวสลี่ย์ สไนเดอร์ กดดันให้ เฟลิเป้ เมโล่ ทำเข้าประตูตัวเอง ทำให้อัศวินสีส้มตีเสมอได้สำเร็จ




น.68 ฮอลแลนด์ มาได้ประตูพลิกขึ้นนำเป็น 2-1 จากลูกเตะมุม ร็อบเบน เปิดบอลเข้าไปที่เสาใกล้ เดิร์ค เค้าท์ โหม่งตั้งไปเสาสองให้ เวสลี่ย์ สไนเดอร์ โขกเสียบตาข่ายไม่เหลือซาก


เวสลี่ย์ สไนเดอร์ โขกเสียบตาข่ายทำประตูชัยให้ฮอลล์แลนด์




และแล้วนาทีที่ 73 เฟลิเป้ เมโล่ ก็มาโดนใบแดงไล่ออกจากสนามไป เมื่อไปสอย ร็อบเบน จนร่วงและแถมย่ำซ้ำลงไปที่ต้นขาของ ร็อบเบน อีก ทำให้ผู้ตัดสิน ยูอิจิ นิชิมูระ ไม่ลังเลควักใบแดงไล่ออกจากสนามไปทันที ทำให้ในเกมนี้ เมโล่ ทำเข้าประตูตัวเองไปหนึ่งลูดและโดนใบแดงไปอีกด้วย

ดุงก้า มาสร้างความประหลาดใจให้แฟนบอล แซมบ้า ทั่วโลก เมื่อตัดสินใจส่ง นิลมาร์ ลงไปแทน หลุยส์ ฟาเบียโน่ กองหน้าตัวเก่งอย่างไม่น่าเชื่อ

บราซิล พยายามโหมเกมรุกเต็มที่ แต่ก็ไม่มีโอกาสส่องจังๆมากนัก แถมเกือบมาถูกฝังลงหลุมจากลูกสวนกลับที่ ฟาน เพอร์ซี่ ไหลคืนมาให้ ชไนเดอร์ เติมมายิงไปติดการป้องกันของ เซซาร์ นิดเดียว

กาก้า น่าจะมาทำประตูตีเสมอให้ แซมบ้า ได้ในนาทีที่ 84 เมื่อพลิกบอลสปีดหนีกองหัง ฮอลแลนด์ ไปได้แล้ว แต่จังหวะสุดท้ายดันกึ่งยิงกึ่งผ่านไปติด ออยเยอร์ ที่ลงมาช่วยไว้ได้ทัน

จนแล้วจนรอด บราซิล ก็ตีเสมอไม่สำเร็จ จบเกม ฮอลแลนด์ ล้างแค้นสำเร็จเอาชนะไป 2-1 เข้าไปพบกับ อุรุกวัย ในรอบตัดเชือกในวันที่ 6 กรกฎาคมที่จะถึงนี้

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

ฮอลแลนด์ : มาร์เตน สเตเคเลนเบิร์ก, เกรกอรี่ ฟาน เดอร์ วีล , อังเดร ออยเยอร์, จอห์นนี่ ไฮติงก้า,โจวานนี่ ฟาน บรองค์ฮอร์สท์ (กัปตันทีม), ไนเจล เด ยองก์, มาร์ค ฟาน บอมเมล, เวสลี่ย์ ชไนเดอร์ , เดิร์ค เค้าท์, อาร์เยน ร็อบเบน , โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ (คลาส แยน ฮุนเตลาร์ น.85)

สำรองไม่ได้ใช้ : มิเชล ฟอร์ม, ซานเดอร์ บอส์ชเคอร์, คาลิด บูลาห์รูซ, โยริส มาไธจ์เซ่น, เอ็ดสัน บราฟไฮด์, เดมี่ เดอ ซูว์, สไตจ์ ชาร์ส, ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท, เอลเยโร่ เอเลีย, อิบราฮิม อเฟลลาย, ไรอัน บาเบิล

ใบเหลือง : จอห์นนี่ ไฮติงก้า, เกรกอรี่ ฟาน เดอร์ วีล, ไนเจล เด ยองก์, อังเดร ออยเยอร์

บราซิล : ชูลิโอ เซซาร์, ไมค่อน, ลูซิโอ (กัปตันทีม), ฮวน, มิเชล บาสโต๊ส (จิลแบร์โต้ เมโล่ น.62), จิลแบร์โต้ ซิลวา, เฟลิเป้ เมโล่, ดาเนียล อัลเวส, กาก้า, โรบินโญ่, หลุยส์ ฟาเบียโน่ (นิลมาร์ น.77)

สำรองไม่ได้ใช้ : เอเรลโญ่ โกเมส, อเล็กซานเดอร์ โดนี่, ติอาโก้ ซิลวา, ลุยเซา, โชซูเอ้, คเลแบร์สัน, เอลาโน่, ชูลิโอ บาปติสต้า, กราฟิเต้

ใบเหลือง : มิเชล บาสโต๊ส

ใบแดง : เฟลิเป้ เมโล่
วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553

แซมบ้ารัวสะเด่าชิลี3-0ฉลุยดวลดัตช์

"แซมบ้า" บราซิล โชว์ฟอร์มสมราคาทีมเต็งแชมป์ หลังไล่ถล่ม ชิลี ไปแบบหายห่วง 3-0 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปชน "ฮัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์ ต่อไปในวันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคมนี้


ศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบ 16 ทีมสุดท้าย
บราซิล 3-0 ชิลี



เกมนัดนี้ คาร์ลอส ดุงกา โค้ชบราซิล จัดทัพ 4-2-1-3 มี ริคาร์โด กากา พ้นโทษแบนกลับมาสร้างสรรค์เกม ทางฝั่ง มาร์เซโล บีเอลซา กุนซือชิลี วางระบบ 4-3-3 มี อเล็กซิส ซานเชซ เป็นตัวความหวังในเกมรุกเหมือนเดิม

เริ่มครึ่งแรก ทั้งสองทีมทำเกมกันอย่างสูสีในช่วงต้นเกมจนมาถึงนาที 8 บราซิล มีจังหวะลุ้นประตูก่อน เมื่อ ซิลวา ลองสับไกยิงจากนอกเขตโทษ บราโว ไม่พลาดปัดทิ้งออกหลังไป หลังจากนั้นอีก 4 นาทีเป็นโอกาสของ ชิลี เมื่อ ซัวโซ ได้บอลหลุดขึ้นมาทางขวาหวังจะกระดกให้ข้าม เซซาร์ แต่ทำได้ไม่ดีพอบอลเข้ามือนายด่านอินเตอร์ มิลาน รับสบาย

เกมมาถึงนาที 15 ราไมเรส ลากบอกขึ้นมายิงหน้าเขตโทษ แต่บอลไปตรงตัว บราโว รับเข้าซอง หลังจากนั้นลูกทีมของ ดุงกา เริ่มครองเกมได้เหนือกว่าเป็นฝ่ายบุกอย่างต่อเนื่อง กระทั่งนาที 34 ก็สามารถทำประตูออกนำ 1-0 ได้สำเร็จจากลูกเตะมุม ไมคอน เปิดบอลไปเข้าหัว ฮวน โขกผ่านมือ บราโว เข้าตุงตาข่าย

จังหวะการทำประตูของฮวน พาแซมบ้าขึ้นนำ 1-0


เซนเตอร์จอมเก๋าขึ้นโขกสุดสวย




อดีตแชมป์โลก 5 สมัยเดินเครื่องต่อและอีก 4 นาทีถัดมาก็ขยับสกอร์เป็น 2-0 จากจังหวะโต้กลับเร็ว โรบินโญ กระชากบอลขึ้นมาทางซ้าย ก่อนผ่านเข้ากลาง กากา กระแทกบอลเร็วให้ ฟาเบียโน หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปแตะหนี บราโว ก่อนซัดบอลเข้าไปง่ายๆ หลังจากนั้นไม่มีการทำประตูอีกจบ 45 นาทีแรกไป


จังหวะการหลุดของฟาเบียโนจากการทำเกมของเพื่อนร่วมทีม




เกมครึ่งหลัง บราซิล ยังเป็นฝ่ายที่ครองเกมได้เหนือกว่า กระทั่งมาถึงนาที 59 ก็ทะยานห่างเป็น 3-0 จากจังหวะที่ ราไมเรส โชว์ความสามารถเฉพาะตัวกระชากบอลขึ้นมาจากกลางสนามจนถึงหน้าเขตโทษ ก่อนปล่อยบอลให้ โรบินโญ เข้ามายิ่งด้วยขวาบอลโค้งผ่านมือ บราโว ซุกตาข่าย

โรบินโญ่ซัดประตูที่สามให้กับบราซิล


โรบินโญ่ฉลองความดีใจกับกากา


ชิลี มีโอกาสลุ้นตีไข่แตกเช่นกันในนาที 66 เมื่อ ซานเชส ลากบอลจากริมเส้นด้านขวาตัดเข้ากลาง ก่อนจ่ายบอลให้ ฮอร์เก วัลดิเวีย กองหน้าตัวสำรองยิงตรงหน้าเขตโทษข้ามคานเล็กน้อย หลังจากนั้น "แซมบ้า" ได้จังหวะโต้กลับอีกครั้ง ก่อนที่ บาสโต๊ส จะหลุดขึ้นมาถึงเส้นหลัง ก่อนตบบอลย้อนมาให้ กากา ซัดข้ามคานออกไป

โรบินโญ มีโอกาสบวกประตูที่สองของตนเองในนาที 74 เมื่อได้บอลจาก อัลเวส จนหลุดเดี่ยวเข้าไปยิงในเขตโทษ แต่ถูก บราโว ปัดทิ้งออกเสาสองไป หลังจากนั้น ชิลี มาได้ลุ้นประตูตีไข่แตกถึง 2 จังหวะ เริ่มจากการพลิกตัวยิงของ ซัวโซ ในเขตโทษ แต่ติดเซฟ เซซาร์ ก่อนที่ลูกเตะมุม ซัวโซ คนเดิมก็ได้วอลเลย์อีกครั้ง คราวนี้บอลกระดอนพื้นชนคานออกไปอย่างน่าเสียดาย แต่หลังจากนั้นไม่มีฝ่ายใดยิงประตูเพิ่มได้จบ 90 นาทีด้วยชัยชนะของ บราซิล ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปพบกับ "อัศวินสีส้ม" ฮอลแลนด์

รายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
บราซิล : ฮูลิโอ เซซาร์, ฮวน, ลูซิโอ, มิเชล บาสโต๊ส, ไมคอน, ราไมเรส, กิลแบร์โต ซิลวา, หลุยส์ ฟาเบียโน, กากา, โรบินโญ, ดานี อัลเวส
ชิลี : เคลาดิโอ บราโว, อิสมาเอล ฟูเอนเตส, พาโบล คอนเทรราส, กอนซาโล ยารา, อาร์ตูโร วิดัล, คาร์ลอส คาร์โมนา, ฌอน โบเซยูร์, เมาริซิโอ อิสลา, ฮัมเบอร์โต ซัวโซ, มาร์ก กอนซาเลซ, อเล็กซิส ซานเชส
วันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Portugal 0 - 0 Brazil

world cup 2010
25/06/2010

referee : Benito Archundia (Mexico)




15' L. Fabiano (Brazil)(yellow card)

25' Duda (Portugal)(yellow card) Juan (Brazil)(yellow card)

31' Tiago (Portugal)(yellow card)

40' Pepe (Portugal)(yellow card)

43' F. Melo (Brazil)(yellow card)


45' F. Coentrao (Portugal)(yellow card)
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2553

Brazil 2 - 1 North Korea

world cup
15/06/2010

1-0



2-0



2-1

มอเตอร์ไซค์แต่งสวยๆ

แต่งรถยนต์ รถยนต์แต่งสวย

คลับของคนรักมวยไทย

Updates Via E-Mail

Popular Posts


statistic

ฟรีบริการเก็บสถิติเว็บไซด์ FlashSanook แฟลชเกมสนุกของคนออนไลน์


ศูนย์รวมชมรมนักแต่งรถเครื่อง รูปภาพรถแต่งสวยๆและเทคนิคการแต่งเจ๋งๆ ที่นี่ tangmocy.blogspot.com
Scoopy-i สวยลงตัว ไม่ต้องแต่งมาก แถวพระรามสาม โซนิคเขียวขาว แต่งเดิมๆ แต่ดูดีมีไสตล์ ชาลีสีดำ ไสตล์สปอร์ต แจ่มสุดๆ
Mio ออลสตาร์ โอเพ่น บอย ยากูซ่า 123 % อุบลฯ เจ๋งเป้งมากๆ Ducati M900 ปี99 สีแดง โซนิคแถวบางนา แจ่มได้ใจ